bookmark_borderป่วยแน่ ถ้าทำงานหนักจนละเลยสุขภาพตัวเอง

ในยุคปัจจุบันนี้ ด้วยเศรษฐกิจ สังคม หรืออะไรก็ตาม ทำให้เราต้องทำงานกันอย่างหนักมากขึ้น จนแทบไม่มีเวลาที่จะดูแลตัวเองกลายเป็นละเลยสุขภาพของตนเองไปด้วย ด้วยการใช้ชีวิตแบบเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหนัก จนทำให้พักผ่อนน้อย หรือกินอาหารสำเร็จรูปที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ด้วยพฤติกรรมต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้ ก็คงพอที่จะเป็นเหตุผลให้ร่างกายของคุณเริ่มอ่อนแอลง ไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ป่วยง่ายขึ้น แล้วถ้าหนักขึ้นละก็อาจจะทำให้คุณป่วยเป็น 12 โรคต่อไปนี้

1. ออฟฟิศซินโดรม
โรคที่ 90% ของพนักงานออฟฟิศจะต้องเป็น ด้วยเพราะเกิดจากพฤติกรรมของคนออฟฟิศส่วนใหญ่จะทำงานโดยการนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ โดยไม่ได้ลุกเคลื่อนตัว ขยับตัวเปลี่ยนท่าทางบ้าง ทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการตึง และเกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบได้

2. เป็นหวัด คัดจมูก
แม้ว่าการเป็นหวัด เจ็บคอ น้ำมูกไหล คัดจมูก หายใจไม่ออก อาการเหล่านี้อาจเรียกตามภาษาเราๆ ว่าโรครำคาญได้เลย เพราะเป็นอาการที่เป็นได้ง่ายๆ เป็นได้บ่อยๆ และเป็นอาการป่วยทั่วไปที่ไม่ได้ร้ายแรงอะไรนัก แต่ก็ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคุณ เนื่องด้วยการสร้างความรำคาญให้คุณได้ และหากยิ่งโหมทำงานหนัก รวมถึงพักผ่อนไม่เพียงพอ จนทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า และภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงได้

3. ปวดไมเกรน
หรืออาการปวดหัวข้างเดียว แม้ว่าสาเหตุของ ไมเกรน จะไม่ชัดเจนนัก แต่สาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดอาการไมเกรนกำเริบขึ้น นั้นดันมีอยู่รอบๆ ตัว ซึ่งได้แก่ ความเครียดที่สะสมมา ความกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้น ความตื่นเต้นตื่นตระหนก ความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย พักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีที่มีมาจากการโหม ทำงานหนัก ทั้งสิ้น

4. โรคอ้วน
การนั่งทำงานนาน ๆ ติดต่อกันวันละหลาย ๆ ชั่วโมง ทำให้ร่างกายเราไม่สามารถเผาผลาญอาหารได้อย่างที่เคยเป็น และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณอ้วนขึ้นได้อย่างง่าย ๆ รวมถึงมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และหลอดเลือด

5. สายตาเสีย
การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานเกินไป โดยอาจลืมตัวเพ่งสายตานานจนลืมกระพริบตา สามารถทำให้เกิดโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมได้ ซึ่งโรคนี้จะทำให้ดวงตามีปัญหาเรื่องการมองเห็น โดยเริ่มจาก ตาแห้ง ปวดหัว คอ และไหล่ และอาจทำให้เห็นภาพเบลอ หากทิ้งไว้นาน ๆ จะทำให้ดวงตาเสื่อมสภาพเร็วกว่าวัยอันควร

6. โรคความดันโลหิตสูง
สาเหตุแท้จริงของโรคความดันโลหิตสูง ในคนทำงานมักเกิดมาจากความเครียดที่สะสมไว้ เนื่องจากพนักงานออฟฟิศ ต้องเผชิญกับความกดดันบ่อยๆ ความน่ากลัวของภาวะความดันโลหิตสูงก็คือ จะไม่มีอาการแสดงอะไรเลยในระยะแรก แต่จะทำลายอวัยวะภายในของคุณอย่างช้า ๆ จนทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต และไตวาย ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่สร้างความเจ็บปวดในระยะยาว และสามารถถึงแก่ชีวิตได้ทั้งสิ้น

7. โรคหัวใจ
โรคหัวใจ เป็นผลที่เกิดขึ้นจากการเกิดขึ้นของภาวะความดันโลหิตสูงเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในผลพลอยได้ของโรคเลยก็ว่าได้ เมื่อคุณต้อง ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ทานแต่อาหารที่มีไขมันสูง ไม่มีเวลาออกกำลังกาย แต่ต้องเผชิญกับความเครียดอยู่เสมอ จะส่งผลให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้หัวใจของคุณต้องทำงานอย่างหนักตลอดเวลา และอาจเป็นโรคหัวใจได้ในที่สุด

8. โรคเบาหวาน
หลายคนชอบทานของหวานเมื่อรู้สึกเครียดหรือเหนื่อย เพราะทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นขึ้น แต่การที่เราทานอาหารที่มีรสหวานมากๆ จะทำให้นำตาลในเลือดของเราสูงขึ้น จนทำให้หัวใจและร่างกายทำงานหนักขึ้น และกลายเป็นภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ที่มาควบคุมน้ำตาล ความน่ากลัวของโรคนี้ อยู่ที่อาการของโรคจะลามไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น เบาหวานขึ้นตา และเมื่อร่างกายเกิดบาดแผล ก็ทำให้หยุดเลือดได้จาก และแผลหายช้า

9. กรดไหลย้อน
อีกหนึ่งโรคที่คนวัยทำงานสวนใหญ่ต้องเป็น เพราะเกิดจากการทำงานหนักรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ทานอาหารอย่างเร่งรีบ รวมไปถึงการชอบทานเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ของมัน ของทอด หรือน้ำอัดลม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้

10. โรคเครียดลงกระเพาะ
โรคเครียดลงกระเพาะ มักเกิดจากความเครียด เพราะเมื่อเราเครียด ระบบประสาทอัตโนมัติ ก็จะกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยออกมามากกว่าปกติ จนทำให้เกิดการระคายเคือง และส่งผลให้คุณเป็น โรคกระเพาะอาหาร ในที่สุด

11. โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
หลายครั้งที่คุณเกิดปวดปัสสาวะ แต่ก็ไม่ยอมลุกไปเข้าห้องน้ำสักที เนื่องจากกำลังทำงานติดพันอยู่ รวมถึงการดื่มน้ำน้อย หรือเลือกดื่มกาแฟแทนน้ำเปล่า พฤติกรรมเหล่านี้หากทำจนติดเป็นนิสัย ก็สามารถทำให้เกิดโรคร้ายได้

12. โรคตึกเป็นพิษ
โรคจากสภาพแวดล้อมภายในออฟฟิศไม่เหมาะสมต่อการทำงานของพนักงาน อากาศที่ไม่ถ่ายเท หรือถ่ายเทไม่สะดวก ทำให้สารพิษเกิดขึ้นอยู่ในตัวอาคารไม่สามารถระบายออกไปได้ อาการของโรคตึกเป็นพิษ ได้แก่ อ่อนล้า ปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ คัดจมูก ไอ จาม เกิดผดผื่นคัน ระคายเคืองดวงตา และเกิดความผิดปกติของประสาทรับกลิ่น หากละเลยเอาไว้นาน ๆ อาการก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

bookmark_borderโรคอันตรายจากการนอนไม่พอ

ด้วยงาน ด้วยการบ้าน ด้วยสอบ และด้วยอีกสารพัดเหตุผล ที่ทำให้คุณนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ บางคนแทบไม่ได้นอนหลับ เช้ามาก็ไปทำงานต่อได้อีก ช่วงแรกๆ คงแค่รู้สึกง่วง เหนื่อย แล้วไปนอนทดเวลาแทนเอาวันถัดไป แต่จริงๆ แล้วการนอนทดเวลาไม่ได้ช่วยให้ร่างกายหายเหนื่อย แถมหากยังนอนน้อยอยู่บ่อยๆ ยังเสี่ยงโรคอันตรายอีกหลายโรคเลยด้วย

นอนไม่พออันตรายแค่ไหน โรคอันตรายจากการนอนไม่พอ

1. ระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย ทำงานผิดปกติ

เรื่องนี้ค่อนข้างกว้าง เราจึงไม่สามารถระบุได้โรคเดียว แต่ถ้าให้อธิบาย คือการนอนหลับไม่เพียงพอ ร่างกายฟื้นฟู ซ่อมแซม ปรับระบบการทำงานได้ไม่ดีพอ ทำให้ระบบย่อยอาหารในกระเพาะอาหารทำงานผิดปกติ ยิ่งใครอยู่ดึกแล้วทานอาหารตอนดึกๆ ด้วยแล้ว การทานอาหารไม่เป็นเวลาก็ทำร้านสุขภาพกระเพาะอาหาร และระบบย่อยอาหารอื่นๆ ได้เหมือนกัน

เมื่อระบบย่อยอาหารรวน ก็จะทำให้มีอาการ อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ บางรายมีแก๊สในกระเพาะอาหารเยอะเกินไป อาจมีอาการปวดท้องแบบจุกเสียดได้เช่นกัน นอกจากนี้ผลร้ายยังส่งต่อมาที่ระบบขับถ่าย ที่จะทำให้ขับถ่ายไม่เป็นเวลา ท้องผูก หรือบางครั้งก็ท้องเสียได้

2. โรคอ้วน

นอกจากการทานอาหารตอนดึกๆ ที่หลายคนทานเพราะหิวในช่วงเวลาปั่นงาน อ่านหนังสือ หรือดูซีรี่ส์ตอนดึกๆ แล้ว การนอนหลับไม่เพียงพอยังส่งผลให้ระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายรวนไปด้วย เลยกลายเป็นว่าทานเท่าเดิม แต่เผาผลาญได้น้อยกว่าเดิม พลังงานสะสมจนทำให้น้ำหนักเกินมาตรฐาน กลายเป็นโรคอ้วนได้ เรียกง่ายๆ ว่าทานนิดเดียวก็อ้วนนั่นเอง ใครที่เคยสงสัยว่าทานเหมือนเพื่อน แต่ทำไมอ้วนอยู่คนเดียว ลองสังเกตตัวเองดูว่านอนหลับไม่เพียงพอหรือเปล่า

3. โรคเบาหวาน

การนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ เสี่ยงต่อโรคเบาหวานได้เช่นกัน (โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยง เช่น มีคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน ก็ยิ่งเสี่ยงหนัก) เพราะหากเรานอนไม่เพียงพอ ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด และอินซูลิน ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อภาวะดื้ออินซูลินอีกด้วย ใครที่ยังไม่เป็นให้ระวัง ใครที่เป็นโรคเบาหวานอยู่แล้ว ยิ่งต้องระวัง เพราะส่งผลกระทบต่อการรักษาอย่างมาก

4. โรคนอนไม่หลับ

แน่นอนว่าเมื่อเราไม่ได้ทานข้าวให้เป็นเวลา เราก็เป็นโรคกระเพาะอาหาร หากเรานอนไม่เป็นเวลา เราก็เสี่ยงเป็นโรคนอนไม่หลับเช่นเดียวกัน แทนที่ถึงเวลานอน เราควรจะง่วง กลับไม่ง่วง และกว่าจะหลับได้ในแต่ละคืนช่างยากเย็น บางคนอาจลุกเข้าห้องน้ำบ่อยครั้ง ทำให้นอนหลับๆ ตื่นๆ นอกจากร่างกายจะเหนื่อยล้าสะสมจากการนอนไม่เพียงพอแล้ว ยังอาจเกิดความเครียดสะสม จนทำให้ยิ่งนอนไม่หลับเข้าไปกันใหญ่

5. โรคหลอดเลือดหัวใจ

โรคเริ่มอันตรายและร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ การที่เรานอนหลับไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้มีสารโปรตีนเข้ามาเกาะสะสมที่หัวใจมากขึ้น จนทำให้เกิดอาการเส้นเลือดอุดตันได้ แถมยังมีโอกาสที่ความดันโลหิตจะพุ่งสูงขึ้น จนเสี่ยงโรคอื่นๆ ตามมาอีกเพียบ ทั้งเส้นเลือดในสมองตีบ หรือแตก ที่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว

6. โรคมะเร็งลำไส้

สุดท้ายเป็นโรคที่ใครหลายคนไม่อยากเป็น นั่นคือมะเร็ง และโดยเฉพาะวัยรุ่น วัยหนุ่มสาว วัยทำงานที่ใช้ชีวิตคนเมือง ยิ่งมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้มากขึ้นทุกวัน เพราะมักจะทานอาหารไม่ตรงเวลา ละเลยมื้อเช้า ทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ หรือมีคุณค่าทางสารอาหารไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย แถมยังนอนหลับไม่เพียงพออีกต่างหาก ส่งผลให้ระบบการทำงานจองลำไส้ผิดปกติ จนอาจกลายเป็นลำไส้อุดตัน และลุกลามจนกลายเป็นมะเร็งในที่สุด

ใครที่รู้ตัวว่านอนน้อย ควรบริหารเวลาให้ดี ส่วนใครที่มีปัญหานอนไม่หลับ ลองออกกำลังกายเป็นประจำ งดดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนก่อนนอน งดใช้คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หันมาหยิบหนังสืออ่านแทน และพยายามนอนให้ตรงเวลาทุกๆ วัน จะช่วยปรับเวลานอนของตัวเองให้เป็นปกติได้ค่ะ

bookmark_borderขอแนะนำอาหารเสริมบำรุงตับ LIVPRO 

ตับแข็งเกิดจาก ?

เมื่อพูดถึงโรคตับแข็งหลายๆคนอาจจะคิดว่าเกิดจากการดื่มแอลกอฮอลล์แต่จริงๆแล้วมีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดตับแข็งได้ โรคตับแข็งเป็นโรคที่เนื้อเยื่อตับถูกทำลายอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ จนเกิดเป็นแผลทำให้ตับไม่สามารถทำงานเป็นปกติได้ และอาจจะหยุดทำงานสาเหตุนำไปสู่ภาวะตับวายเฉียบพลัน ตับเป็นอวัยวะขนาดใหญ่ ที่มีความสำคัญของร่างกาย จะช่วยในการกรองสารอาหารที่สำคัญกลับเข้าสู่กระแสเลือดและกรองของเสียออกนอกร่างกาย ช่วยในการผลิตโปรตีนที่สำคัญ เป็นส่วนประกอบของระบบป้องกันภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย  อาการของโรคตับแข็ง โดยส่วนใหญ่จะไม่มีอาการเฉพาะเจาะจงให้เราสังเหตุได้ง่ายๆ ส่วนมากช่วงแรกของโรคแทบจะไม่พบอาการผิดปกติของร่างกาย ผู้ป่วยหลายๆคนจึงไม่ทราบความเสี่ยงที่เกิดขึ้น แต่เมื่อตับถูกทำลายจะค่อยๆแสดงอาการเหล่านี้ขึ้นมา

–   เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียง่าย

–   มีเลือดออกได้ง่ายหากเป็นแผล

–   เกิดรอยช้ำหรือห้อเลือดได้ง่ายกว่าคนทั่วๆไป

–   มีอาการคันตามผิวหนัง

–   ตัวเหลือง (ดีซ่าน)

–   มีการบวมตามอวัยวะต่างๆเนื่องจากการสะสมของน้ำเช่น ขาบวม ท้องบวม (ท้องมาร)

–   น้ำหนักลดลงผิดปกติ

–   คลื่นได้

–   เกิดเส้นเลือดฝอยมากผิดปกติบริเวณร่างกายและฝ่ามือ

–    ลูกอัณฑะฝ่อเล็กลง หรือหน้าอกขยายใหญ่ขึ้น (ในเพศชาย)

–    มีอาการหลงๆลืมๆสมองเสื่อม ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสับสน บางรายอาจจะพูดไม่ชัด

หากผู้ป่วยที่พบความผิดตอในร่างกาย หรือมีอาการดังที่กล่าวมาจากข้างต้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตความผิดปกติของร่างกาย ไม่ควรปล่อยไว้เป็นระยะเวลานานๆ เพราะอาจจะเป็นสาเหตที่บ่งบอกถึงภาวะตับแข็ง หากได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธีอาจจะรักษาให้หายได้ทัน เมื่อตรวจพบอาการดังกล่าวอาจจะส่งสัญญาณไปถึงโรคอื่นๆได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามควรตรวจร่างกายทุกๆปีเพื่อความปลอดภัยและสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นปกติ

 

ขอขอบคุณ อาหารเสริมบำรุงตับ LIVPRO  ที่หาให้ข้อมูลดีๆกับเรา