bookmark_borderเคล็ดลับการชะลอวัยไม่ให้แก่เร็ว

เคล็ดลับการชะลอวัยไม่ให้แก่เร็ว ปัจจุบันนี้สาว ๆ ส่วนใหญ่มีความกังวลใจในการดูแลสุขภาพร่างกายเป็นอย่างมาก เพราบางคนไม่อยากแก่ จึงมักที่จะมองหาวิธีการดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองให้ดีอยู่เสมอ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิต เพราะปัจจุบันนี้เราอายุเราเริ่มมากขึ้น ปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ก็จะตามมา โดยเฉพาะเรื่องของความแก่ ริ้วรอยต่าง ๆ รวมไปถึงอื่น ๆ อีกด้วย

ดังนั้น สมัยปัจจุบันนี้เราจะเห็นได้ว่า สาว ๆ ส่วนใหญ่เริ่มที่จะหันหน้ามาพึ่งการเข้าคลินิก เพราะถือว่าเป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยทำให้เรานั้นแก่ตัวได้ช้า แถมยังสามารถช่วยลดริ้วรอยต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ถึงแม้ว่าราคาจะค่อนข้างแพง แต่เพื่อความสวยความงามแล้ว

สาว ๆ ก็คงไม่หวั่น อย่างไรก็ตาม นอกจากการพึ่งการเข้าคลินิกแล้ว รู้หรือไม่ว่าในสมัยปัจจุบันนี้ก็ยังมีวิธีที่จะช่วยชะลอความแก่ของคุณให้ลดลงได้ รวมไปถึงการช่วยลดปัญหาในเรื่องของสุขภาพร่างกายต่าง ๆ ได้อีกด้วย ฉะนั้น สำหรับใครที่อยากดูอ่อนกว่าวัย ไม่อยากแก่ วันนี้เราก็มีเคล็ดลับดี ๆ มาแนะนำ ที่สามารถช่วยชะลอความแก่ให้ลดลงได้ จะมีวิธีไหนกันบ้างนั้น ไปดูกันเลย 

การงดการบริโภคน้ำตาล รู้หรือไม่ว่าน้ำตาล เป็นหนึ่งในสารอาหารที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสุขภาพร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาจทำให้เรานั้นแก่ง่าย แถมยังมีริ้วรอยได้ง่ายอีกด้วย แต่เนื่องด้วยในปัจจุบันนี้รสชาติความหวาน เป็นรสชาติที่เรียกได้ว่าถูกปากใครหลาย ๆ คนเป็นอย่างมาก จนทำให้บางคนนั้นถึงขั้นเสพติดความหวานไปเลยก็ได้ ดังนั้น ทางที่ดีหากอยากมีสุขภาพร่างกายที่ดี และอยากมีรูปร่างที่อ่อนกว่าวัย แนะนำให้งดการทานน้ำตาล หรือรสชาติที่มีความหวาน หากหลีกเลี่ยงไปได้ก็ควรที่จะเลือกทานในปริมาณที่พอดี

การเลือกทานผัก ผลไม้ แน่นอนว่าผักและผลไม้นั้นเป็นที่ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเราเป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าเป็นผักผลไม้แบบสด ๆ  คุณค่าก็จะยิ่งเยอะ เพราะในผักผลไม้จะอุดมไปด้วยวิตามินต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนั้น เมื่อร่างกายของเราได้รับสารอาหารที่ดีเข้าไปอย่างเพียง ก็จะยิ่งเป็นตัวช่วยในการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้ดี และยังสามารถช่วยในการบำรุงผิวพรรณ ช่วยชะลอความแก่ได้อีกด้วย 

การคิดบวก แน่นอนว่ายิ่งเรามีความคิดที่ดี คิดบวก มองโลกในแง่ดี  เครื่องช่วยฟังผู้สูงอายุ    สุขภาพจิตของเราก็จะยิ่งดีเข้าไปได้ สำหรับใครที่ไม่อยากแก่ ขอบอกเลยว่าการคิดบอกเข้าไว้ การหาความสุขให้ตนเอง จะเป็นตัวช่วยที่สามารถทำให้เรามีชีวิตที่ดีและสดใสมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญอาจทำให้เรามีหน้าที่ดูเด็กลงได้อีกด้วย

bookmark_borderเทคนิคการลดพุงไวง่ายและเห็นผลยาวนาน

สำหรับเรื่องของการลดพุงมันเป็นเรื่องที่เขาเรียกว่ามันยากใช่ไหมคือทำแล้วมันก็กลับมาอ้วนอีกอะไรปะมาณนั้นคราวนี้ทุกคนก็อยากจะได้เทคนิคที่มันไว ถามว่าเทคนิคที่มันไวมีไหม มี แล้วก็ทำได้นานด้วยแล้วก็เขาเรียกว่าง่ายอย่างเหลือเชื่อมาดูกันว่าเทคนิคนี้มีอะไรบ้าง

เทคนิคการลดพุงไวง่าย เทคนิคแรกก็๕อ เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยกากใย อันนี้ง่ายมากๆเลยคือ ถ้าเราเรียงลำดับการกินอาหารเป็นสเต็ป สามขั้นตอนอย่างนี้ อันดับแรกคือ เริ่มต้นด้วยการทานผักก่อนเลยมาถึงก็ทานอาหารที่มีกากใยคือพวกกากใยก่อนเป็นสเต็ปที่หนึ่งต่อมาทานโปรตีนเป็นเต็ปที่สองเป็นพวกปลา เป็นพวกเนื้อ เป็นพวกหมู เป็นพวกไก่ และสเต็ปสุดท้ายค่อยทานเป็นแป้งเป็นสเต็ปที่สาม

แบบนี้การดูดซึมของโปรตีนก็จะลดลงถ้าเป็นไขมันก็จะลดลงและการดูดซึมของแป้งก็จะลดลงมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้คือตัวโปรตีนชั้นดีมักจะไม่ค่อยมีปัญหาในการโดนกากใยลดการดูดซึมอยู่แล้วแต่พวกไขมันชั้นนิสัยไม่ดีไขมันเลวมักจะโดนพวกกากใยกักเอาไว้ก็จะหนึ่งคือไขมันเลว ดูดซึมได้น้อยลง สอง ตัวคาร์โบไฮเดรตหรือน้ำตาลเราก็ดูดซึมได้น้อยลง

เพราะเราทานอาหารที่มีกากใยเข้าไปก่อนนี่คือเทคนิคแรกปละถ้าจะเสริมให้เทคนิคนี้สมบูรณ์แบบเข้าไปอีกหนึ่งสเต็ปก็๕อให้ทานน้ำเปล่าหนึ่งแก้วก่อนการทานอาหารทุกมื้อ15นาทีแค่นี้เองง่ายๆมากเลย ถามว่าเพราะอะไรเพราะว่าการทานน้ำเปล่าหนึ่งแก้วก่อน15นาทีจะทำให้กระเพาะขยายตัวพอสมควรแล้วก็เข้าไปกระตุ้นว่าเดี๋ยวเราจะทานอาหารสมองจะเตรียมตัวจะรับรู้

เมื่อสมองได้รับรู้ได้เตรียมตัวพอเราทานอาหารเข้าไปมันจะอิ่มแบบพอเหมะสมเพราะว่าถ้าเกิดสมองไม่ได้รับรู้ว่าเราจะทานอาหารแล้วเราเริ่มทานอาหารเลยกว่าสมองจะตื่นตัวว่าเราทานอาหารเข้าไปแล้วประมาณ20นาที

เพราะฉะนั้นแล้วเวลาที่เรารับประทานอาหารเข้าไปตั้งเยอะถ้าเรากินแบบไม่ถึง20นาทีเลยเรากินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่มอันนี้อันตรายมากกินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่มพอสมองเริ่มรับรู้เราอิ่มเกินไปแล้วเราแน่นจนเต็มท้องมากเกินไปแล้วเพราะฉะนั้นแล้วคุณจะต้องเพิ่มเทคนิคตรงส่วนนี้ทานน้ำเข้าไปหนึ่งแก้วก่อนอาหารประมาณ15นาทีแล้วก็ให้ท่านรับประทานผักก่อนและตามมาด้วยโปรตีนจากนั้นก็ตามมาด้วยคาร์โบไฮเดรตนั่นเอง

ซึ่งถ้าหากว่าท่านสามารถทำตามนี้ได้ท่านก็จะยิ่งลดพุงได้ไวยิ่งขึ้นทำเป็นประจำก่อนทุกครั้งของมื้ออาหารที่เราจะรับประทานเทคนิคนี้ช่วยคุณได้แน่นอน

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

bookmark_borderเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับการลดน้ำหนักหรือลดไขมัน 

การลดน้ำหนักหรือลดไขมัน  เพื่อนๆคนไหนที่อยากลดน้ำหนักหรือลดไขมัน มีเรื่อง่ายๆ ที่เพื่อนๆต้องรู้ก็จะช่วยทำให้ลดน้ำหนักหรือลดไขมันได้ไวขึ้นด้วยละ เรามาดูกันดีกว่าเรื่องง่ายๆที่เพื่อนๆรู้แล้ว ทำให้ลดความอ้วนหรือลดไขมันได้ไม่ยากเท่าเมื่อก่อนกันเถอะ

-กินอาหารเช้า 

เพื่อนๆอย่าลืมเรื่องการกินอาหารเช้านะ เพราะว่าหลายๆ คนเลยละ ที่ข้ามมื้อเช้า เลือกที่จะไม่กิน บางคนอาจจะควบคุมการหิวในมื้อกลางวันและเย็นได้ดี แต่บางคนถึงกับตบะแตกได้เลยนะ ดังนั้นหากเป็นมือใหม่ในการลดและอยากจะลดให้ได้ระยะยาว แนะนำว่าเพื่อนๆ ควรจะกินมื้อเช้านะ เพราะมันจะช่วยลดอาการหิวในมือถัดๆไปได้ดี 

-เน้นอาหารที่ดี

เพื่อนๆที่คิดจะลดน้ำหนักหรือดลดไขมันให้ได้อย่างต่อเนื่องแนะนำว่าการกินอาหารที่ดีมีประโยชน์นั้นจำเป็นต่อการลดน้ำหนักหรือลดไขมันอย่างมากๆ เลยละ เพราะว่าการที่เพื่อนๆกินดีจะช่วยทำให้ระบบเผาผลาญทำงานดี แคลอรี่ในร่างกายไม่เยอะเกินและไม่สะสมไขมันใหม่ๆ อีกด้วย

-เน้นโปรตีนดี

เพื่อนๆเชื่อไหมละว่าการกินอาหารที่ดีแล้วยังจะต้อง เน้นการกินโปรตีนด้วยนะ เพราะว่าการที่เราไม่กินโปรตีนจะส่งผลให้เราไม่มีกล้ามเนื้อในเวลาที่เราลดน้ำหนักหรือลดไขมันนั้นเอง แต่ถ้าเรากินโปรตีนให้ถึงจะช่วยทำให้เราอิ่มท้องนานและไม่หิวจุกจิกด้วยนะ นอกจากนี้การกินโปรตีนจะช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อเราได้ด้วยนะ การมีกล้ามเนื้อจะช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันได้ดี

-ออกกำลังกายบ้าง

หากเพื่อนๆต้องการลดความอ้วนหรือลดไขมัน ต้องหันมาออกกำลังกายนะ เพราะว่าการที่เราออกกำลังกายจะช่วยทำให้เพื่อนๆนั้นลดไขมันได้ดีที่สุดและการออกกัลงกายจะเป็นตัวกระตุ้นระบบเผาผลาญได้เป็นอย่างดี และในระหว่างวันแนะนำว่าเพื่อนๆควรเดินหรือเคลื่อนไหวร่างกายให้ได้เยอะๆ ด้วยนะ 

-ดื่มน้ำมากและพักผ่อนใหพอ

การดื่มน้ำให้มากๆ สามารถช่วยเพื่อนๆลดน้ำหนักหรือลดไขมันได้ดีมากๆ เช่นกันนะ  เครื่องช่วยฟังราคาเท่าไหร่    เพราะว่าการดื่มน้ำจะช่วยทำให้ระบบร่างกายเราทำงานได้ดี และการพักผ่อนที่เพียงพอก็จำเป็นเหมือนกัน เพราะว่าการที่เพื่อนๆ พักผ่อนดี หรือ นอนเพียงพอจะช่วยเร่งการกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานได้ดีขึ้นได้ด้วยนะ 

-ไม่เครียดทำจิตใจให้สดใส 

เพื่อนๆรู้หรือไม่ว่าการไม่เครียดและมีจิตใจที่สดใสนั้น สามารถช่วยลดความอ้วนหรือลดไขมันได้ดีด้วยนะ เพราะหากว่าเพื่อนๆ เครียดแล้วละก็จะทำให้เพื่อนๆ ลดน้ำหนีกหรือลดไขมันได้ยากละ

bookmark_borderวิธีป้องกันโรคกระดูกพรุน

  โรคกระดูดพรุนพบได้บ่อยมากๆในผู้สูงอายุเพราะว่าเวลาเราอายุมากขึ้นก็จะทำให้ฮอร์โมนในร่างกายของเราต่ำลงก็จะส่งผลทำให้กระดูกของเราบางขึ้นจนกลายเป็นกระดูกพรุนใครที่กระดูกพรุนก็จะบอกว่ามันอันตรายมากๆจะทำให้กระดูกเปราะแตกหักง่ายทีเดียว

วิธีป้องกันโรคกระดูกพรุน ถ้าไปหักตรงบริเวณสันหลังบอกเลยว่าแย่เลยอาจจะถึงขั้นผ่าตัดกันเลยทีเดียวดังนั้นการรักษาที่ดีที่สุดคือการป้องกันนั่นเองเดี๋ยวเราไปดูกันว่าวิธีป้องกันมีอะไรบ้าง

วิธีที่หนึ่งออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ มีงานวิจัยพบว่าผู้ที่ออกกำลังกายน้อยหรือว่าไม่ค่อยขยับร่างกายเป็นปัจจัยนึงเลยที่จะส่งเสริมทำให้เกิดกระดูกพรุนได้ไวมากๆเลยทีเดียว โดยส่วนใหญ่คนสูงอายุบางคนก็จะไม่ค่อยออกกำลังกายหรือว่าอยู่ติดบ้านบางทีนอนหรือว่านั่งอย่างเดียวไม่ยอมออกกำลังกานตรงนี้ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้กระดูกพรุนได้ง่าย

แนะนำว่าให้ผู้สูงอายุลองออกมาออกกำลังกายดูแล้วออกกำลังกายแบบไหนได้บ้างการที่ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักมีงานวิจัยพบว่าสามารถป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ดีการออกำลังกานแบบลงน้ำหนักแบบไหนบ้างก็อาจจะเป็นการเดินเบาๆก็ได้อาจจะเดินรอบบ้านหรืออาจจะเดินรอบหมู่บ้านก็ได้การรำมวยจีนก็ได้หรือการเต้นรำก็ได้ได้เข้าสังคมด้วยแนะนำเลยว่าลองปฏิบัติกันดู

ซึ่งการออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องนานวันนึงอาจจะแค่20-30นาทีก็เพียงพอแล้วสามารถที่จะช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้อีกด้วย

วิธีที่สองก็คือ ให้โดนแดดอ่อนๆตอนเช้า แนะนำว่าในช่วงเช้าประมาณ7-8โมงเช้าตอนแดดที่กำลังอ่อนๆแนะนำว่าให้ออกมาโดนแดดสักประมาณ15-20นาที

เพราะว่าเวลาที่ร่างกายของเราโดนแดดแล้วร่างกายของเราจะผลิตวิตามินดีขึ้นมา วิตามินดีจะไปช่วยให้แคลเซ๊ยมเข้าไปสะสมในกระดูกให้มากขึ้นๆนั่นเองดังนั้นก็จะช่วยป้องกันกระดูกพรุนได้นั่นเองแนะนำเลยหรับผู้สูงอายุหรือไม่จำเป้นจะต้องเป็นผู้สูงอายุก็ได้

อาจจะเป็นหนุ่มสาวก็ได้แนะนำว่าให้ออกมาโดนแดดในช่วงตอนเช้าสักประมาณ15-20นาทีก็ได้แต่ถ้าเลย8โมงเช้าหรือ9โมงเช้าไปแล้วแดดเริ่มร้อนอันนี้ไม่แนะนำแล้วเพราะว่าแดดที่ได้ออกหลังจากนี้พอแดดเริ่มแรงมากขึ้นมันก็อาจจะส่งผลทำให้คุณเกิดมะเร็งที่ผิวหนังได้เราแนะนำว่าอาจจะเป็นช่วง7-8โมงเช้ามันจะเป้นช่วงเวลาที่เราจะได้รับวิตามินที่ดีที่สุด

เรื่อวิตามินนั้นมีอยู่รอบบตัวของท่านเสมอขอแค่เพียงท่านมีวินัยในการออกกำลังกายไม่เพื่อใครหรอกแต่จะเป็นเพื่อตัวของคุณเองหากอยากมีสุขภาพที่แข็งแรงอายุยืนมากขึ้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  เครื่องช่วยฟังขนาดเล็ก

bookmark_borderพิษ “มดตะนอย” กับอาการที่ชี้ว่าเราอาจแพ้ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

พิษ-มดตะนอย ถ้าเราแพ้พิษของมดตะนอย นั้นเราก็มีโอกาศที่จะเสี่ยงกับการที่จะเกิดอันตรายถึงตายได้ ลองดูอาการข้างหลังโดนมดกัดกันว่าเรามีอาการเสี่ยงการแพ้ร้ายแรงหรือเปล่า

ทำไมมดตะนอยกัด ถึงอันตราย

มดตะนอยนับได้ว่าเป็นสัตว์เป็นพิษประเภทหนึ่ง ซึ่งในอันตรายจากมดตะนอยมีสาเหตุจากเหล็กใน ในตัวมดตะนอยที่มีพิษพวกสารประกอบโปรตีนรวมทั้งสารอัลคาลอยด์ ทำให้คนที่ถูกต่อยมีลักษณะอาการแพ้ต่างๆและก็ที่น่าขนลุกเป็น มดตะนอยทำการดึงเหล็กในกลับมาใช้งานอีกครั้งได้เรื่อยๆหลายคราว ไม่เหมือนกับผึ้งที่ต่อยเพียงแค่ครั้งเดียวแล้วทิ้งเหล็กในเอาไว้ในแผล

อาการที่บ่งบอกว่าคุณอาจแพ้พิษของมดตะนอย

แนวทางดูง่ายๆว่าเราแพ้พิษมดตะนอยหรือเปล่า เป็นการพิจารณาได้เองว่า ถ้าเกิดโดนมดตะนอยกัดแล้วมีลักษณะแน่นหน้าอก หายใจติดขัด ตัวชา อาเจียน อ้วก ท้องร่วง หรือมีลักษณะบวมขึ้น อย่างนี้ก็นับว่าอาการผิดปกติ แล้วก็ควรจะรีบนำผู้เจ็บป่วยไปพบหมออย่างเร็วที่สุด ดังนี้ ช่วงเวลาสำหรับเพื่อการออกอาการจะแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่เป็นนาที กระทั่งเป็นชั่วโมง ภายหลังมดกัดรวมทั้งปลดปล่อยพิษไปสู่ร่างกายของมนุษย์แล้ว อาการและก็ความร้ายแรงจะแบ่งได้ 3 ชนิด

ปฏิกิริยารุนแรง

ภายหลังถูกกัดได้ราวๆ 15 นาที คนที่ถูกมดกัดอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการที่แสดงว่าแพ้พิษของมดตะนอยอยร้ายแรง ยกตัวอย่างเช่น การที่มีอาการ ผื่นแดงขึ้น ผื่นลมพิษ คัน มีลักษณะบวมที่ตา หน้า ส่วนต่างๆตามร่างกาย หรือบางบุคคลอาจมีอาการบวมตลอดตัว และก็การที่เราพูดคุยได้อย่างลำบาก  เครื่องช่วยฟังแบบชาร์จ    เนื่องจากการที่มีอาการตัวบวม การที่อาจจะมีอาการแน่นหน้าอก หายใจได้อย่างไม่สะดวก อาจจะมีสารคัดหลังไหลออกมาจากร่างกายของเรา

ผิวหนังเขียวคล้ำด้วยเหตุว่าหลอดลมในปอดหดลง มีผลให้ลมหายใจไม่สามารถที่จะไปทำการฟอกโลหิตได้ อาจจะมีการได้รับความอันตรายถึงการที่สมองขาดเลือด เซลล์สมองตาย การช็อตหรือมีการหมดสติ และก็อาจจะสามารถอันตรายถึงเสียชีวิตได้เลยด้วย ปฏิกิริยาเฉพาะที่ ถ้าเราถูกมดตะนอยกัด เป็นไปได้ว่าลักษณะการเจ็บ มีตุ่มคัน บวม แดง แต่เพียงแค่ไม่นานอาการจะหายไปเอง แต่ว่าในผู้ที่มีลักษณะร้ายแรง ยกตัวอย่างเช่น

  • อาจมีลักษณะของการปวดบวมมากแต่ว่าไม่คัน
  • หน้ามืด เป็นลมเป็นแล้ง
  • เหงื่อไหลมากมาย
  • ปฏิกิริยาชนิดผิดธรรมดา
  • หลังจากที่เราถูกมดกัด อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการดังต่อไปนี้
  • เม็ดเลือดแดงแตก มีลิ่มเลือดแพร่ระบาด
  • มีการตันของเส้นโลหิตแดง เกิดภาวะเลือดไหลแล้วก็คั่งทั่วตัวกล้ามเนื้อตาย

bookmark_borderอาการ “ทดลองโควิด (Long COVID)” ที่บางทีอาจนึกไม่ถึงว่าเกิดขึ้นได้

อาการ “ทดลองโควิด (Long COVID) คนที่หายจากโรคโควิด-19 ปริมาณร้อยละ 10-20 สามารถที่จะมีสภาวะทดลองโควิดได้ โดยอาการทดลองโควิดที่พบมาก ตัวอย่างเช่น เจ็บอกหรือใจสั่น หายใจไม่อิ่มหรือหายใจไม่สะดวก ไอ ปวดหัว สูญเสียการได้กลิ่นหรือรู้รส ปวดตัว ปวดกล้าม ปวดตามข้อ เจ็บท้อง ท้องเดิน เจ็บคอ

เชื้อโควิด-19 บางทีอาจทำลายเยื่อตาข่ายคุ้มครองของสมอง ทำให้สารสื่อประสาทต่างๆผ่านเข้าออกสมองได้มากกว่าธรรมดา การแข็งตัวของเลือดที่เปลี่ยนทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดสมองขาดเลือดกระตุ้นให้เกิดการหลงลืมได้

สภาวะทดลองโควิดยังไม่มีการดูแลรักษาแบบเฉพาะ หมอจะให้การรักษาตามอาการ โดยส่วนมากคนเจ็บมักมีลักษณะดียิ่งขึ้นแล้วก็หายได้ในตอน 4-6 เดือน

ข้างหลังการได้รับเชื้อโควิด-19 เว้นแต่ลักษณะของระบบทางเท้าหายใจที่พบมากแล้ว ถ้าเกิดมีลักษณะอื่นๆอย่างเช่น ผมร่วง ผื่นแพ้ หลงๆลืมๆ ก็ไม่สมควรนิ่งดูดาย เพราะอาการกลุ่มนี้บางทีอาจเป็นลักษณะโรคโควิด-19 ในระยะยาว หรือที่เรียกว่า ทดลองโควิด (Long COVID, Post-COVID conditions)

ลองโควิดคืออะไร?

ภาวการณ์ทดลองโควิด (Long COVID)เป็นภาวการณ์ที่คนป่วยยังคงมีลักษณะอาการไม่ปกติภายหลังหายจากโรคโควิด-19 แล้ว ซึ่งอาการมักกำเนิดข้างหลังการได้รับเชื้อโควิด-19 4-12 อาทิตย์ขึ้นไป รวมทั้งยังคงมีลักษณะตลอด ซึ่งอาการแล้วก็ผลพวงจากทดลองโควิดไม่สามารถที่จะชี้แจงหรือวิเคราะห์ด้วยภาวการณ์อื่นได้ สภาวะทดลองโควิดบางทีอาจปรับปรุงตั้งแต่ยังมีการติดโรคโควิด-19 หรือภายหลังหายจากโรค รวมทั้งสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้

ภาวะลองโควิดเกิดจากอะไร?

เดี๋ยวนี้ยังไม่มีผลสรุปที่เด่นชัดเกี่ยวกับต้นเหตุของสภาวะทดลองโควิด แม้กระนั้นคาดการณ์ว่าอาจจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะรอยโรคที่หลงเหลือจากการรับเชื้อต่ออวัยวะต่างๆภายในร่างกาย ภูมิต้านทานของร่างกายสถานที่ทำงานเปลี่ยนไปจากปกติไป หรือจากส่วนประกอบของเชื้อไวรัสที่ยังหลงเหลืออยู่ภายในร่างกาย แม้ว่าจะไม่มีการแสดงอาการแม้กระนั้นบางทีอาจกระตุ้นภูมิต้านทานของร่างกายให้มีการต้านทานเชื้อ กระทั่งออกอาการอื่นๆได้

อาการ “ลองโควิด (Long COVID)” ที่อาจคาดไม่ถึงว่าเกิดขึ้นได้

อาการเหนื่อยเพลีย ปัจจัย อาการอ่อนล้าเหนื่อยในคนไข้ทดลองโควิด อาจเกิดขึ้นจากการที่ร่างกายมีการกระตุ้นภูมิต้านทานเยอะขึ้นที่จะตอบสนองกับเชื้อไวรัสในตอนที่ติดเชื้อโรคและก็ยังคงส่งผลต่อเนื่องในระยะยาว

ปัญหาด้านความจำ สมาธิ อาการหลงลืม     ปัจจัย การรับเชื้อเชื้อไวรัสวัววิด-19 อาจมีผลต่อระบบประสาทแล้วก็สมองได้ เชื้อไวรัสบางทีอาจทำลายเยื่อตาข่ายคุ้มครองของสมอง ทำให้สารสื่อประสาทต่างๆ ผ่านเข้าออกสมองได้มากกว่าธรรมดา การแข็งตัวของเลือดที่เปลี่ยนทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดสมองขาดเลือด ซึ่งถ้าเกิดในรอบๆที่ไม่ใหญ่มากนัก อาจมีอาการคลุมเครือนอกเหนือจากการหลงๆลืมๆ มีผลถึงความจำ หรือสมาธิ

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    เครื่องช่วยฟังอย่างดี

bookmark_border3 ข้อห้ามที่ไม่ควรทำสำหรับวัยทำงาน หากอยากมีสุขภาพร่างกายที่ดี

ในสภาพแวดล้อมสมัยปัจจุบันนี้ คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตกันอย่างเร่งรีบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยทำงาน ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ในชีวิตประจำวันนั้นอยู่แต่กับการทำงาน จนส่งผลให้ปล่อยละเลยการดูแลสุขภาพร่างกาย จนส่งผลให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายต่าง ๆ ได้ง่าย เพราะการที่เราไม่ใส่ใจในเรื่องของการดูแลสุขภาพร่างกาย อาจทำให้ร่างกายของเราอ่อนแอได้ง่าย

เนื่องจากไม่ได้รับสารอาหารเพื่อเข้าไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเราจะทำงานหนักมากแค่ไหนก็ตาม ก็ไม่ควรที่จะปล่อยละเลยการดูแลสุขภาพร่างกาย เพราะการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เป็นสิ่งที่ดีต่อการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก ซึ่งการมีสุภาพร่างกายที่แข็งแรง สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปสำหรับวะยทำงานแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รวมไปถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

หากอยากมีสุขภาพร่างกายที่ดี ดังนั้น สำหรับใครที่อยากมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ก็ควรที่จะให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพร่างกายให้มาก ๆ และที่สำคัญเราไม่ควรที่จะปล่อยละเลยการดุแลสุขภาพร่างกาย ดังนั้น วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับข้อห้ามที่คนวัยทำงานมักที่จะมองข้าม ซึ่งหากอยากมีสุขภาพร่างกายควรที่จะให้ความสนใจกับข้อห้ามที่เรามักมมองข้าม จะมีอะไรกันบ้างนั้นไปดูกันเลย

หารหลีกเลี่ยงการดื่มมากเกินไป เชื่อว่าวัยทำงานส่วนใหญ่หากมีเวลาว่าง หลังเลิกงานก็มักที่จะออกไปสังสรรค์ หรือออกไปดื่มกับเพื่อน ๆ อย่างแน่นอน ซึ่งรู้หรือไม่ว่า การที่เราดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์มากเกินไป จะส่งผลให้กระทบต่อสุขภาพร่างกาย ซึ่งแน่นอนว่าจะลำลายเยื่อเมือกในกระเพาะอาหารของเราโดยตรง และที่สำคัญอาจทำให้เกิดการเป็นตับแข็งได้ง่าย ยิ่งถ้าเราดื่มบ่อย ๆ ก็จสนะยิ่งทำให้ร่างกายนั้นได้รับผลกระทบ จนส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ฉะนั้น ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการดื่มมากเกินไป เพื่อที่จะได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงจะดีกว่า 

ไม่ควรทานอาหารเย็นมากเกินไป คนที่ทำงานส่วนใหญ่เลือกที่จะรับประทานอาหาร โดยเน้นไปที่อาหารเย็น ซึ่งรู้หรือไม่ว่า การที่เราเลือกทานอาหารเย็นมากเกินไป นอกจากจะทำให้เราอ้วนแล้ว ยังอาจส่งผลให้ร่างกายของเราเสี่ยงต่อการเป็นโรคกรดไหลย้อนได้ง่ายอีกด้วย ทั้งยังอาจส่งผลให้เกิดบาดแผลในกระเพาะได้ง่ายอีกด้วย ฉะนั้น การรับประทานอาหารแต่พอดี ไม่ว่าจะเป็นในมื้อไหนก็ตาม ก็สามารถช่วยลดการเกิดอาการต่าง ๆ ได้ แถมยังช่วยให้เรามีสุขภาพร่างกายที่ดีได้อีกด้วย 

ไม่ควรเครียดหรือมีความกังวลมากเกินไป อย่างที่เราทราบกันดีว่าความเครียดเป็นต้นเหตุของปัญหาสุขภาพร่างกาย ดังนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีความเครียดมาเกินไป หรือมีความกังวลใจมากเกินไป แน่นอนว่าจะยิ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของเราอย่างแน่นอน ดังนั้น หากอยากมีสุขภาพร่างกายที่ดี ไม่ควรเครียด หรือมีความกังวลใจมากเกินไป หากรู้สึกว่าตนเองมีความเครียด ก็ควรที่จะรีบหาอะไรทำเพื่อให้ตนเองรู้สึกผ่อนคลายได้มากที่สุด เพื่อสุขภาพร่างกที่ดี 

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    เครื่องช่วยฟังแบบชาร์จ

bookmark_borderความสำคัญของอาหารและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

การรับประทานอาหารที่สมดุลและดีต่อสุขภาพควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเป็นประจำเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสุขภาพกายและสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการเพิ่มของน้ำหนักส่วนเกินหรือในการรักษาน้ำหนักที่ลดลง แต่วิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีขึ้นยังเกี่ยวข้องกับการนอนหลับและอารมณ์ที่ดีขึ้นด้วย

การออกกำลังกายช่วยปรับปรุงการทำงานและผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับสมองโดยเฉพาะ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

ระดับโรคอ้วนยังคงสูงอย่างน่ากังวล โดยเกือบ 30% ของประชากรโลกมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน ตัวเลขนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรผู้ใหญ่ทั่วโลกภายในปี 2573

ตามข้อมูลของ McKinsey Global Institute2 สาเหตุพื้นฐานของน้ำหนักเกินและโรคอ้วนคือความไม่สมดุลระหว่างการบริโภคพลังงานและการใช้พลังงาน ทั่วโลก การรับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูงซึ่งมีไขมันอิ่มตัว เกลือ และน้ำตาลสูงเพิ่มขึ้น เรายังบริโภคผลไม้ ผัก ผลิตภัณฑ์จากนม ธัญพืชไม่ขัดสี และน้ำมันปลาในปริมาณที่ไม่เพียงพอ3 ซึ่งส่งผลเสริมต่อสุขภาพของการรับประทานอาหารที่ไม่ดี โหมดการทำงานของเรายังคงนิ่งเฉย และเราทำงานเป็นเวลานานที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในยุโรป4 ในสหราชอาณาจักร เราใช้เวลามากขึ้นในการนั่งรถสาธารณะ ดูโทรทัศน์ และในบ้าน

น้ำหนักเกินและโรคอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักสำหรับโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ (NCD) จำนวนหนึ่ง รวมถึงโรคเบาหวานประเภท 2 โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคกล้ามเนื้อและกระดูก (โดยเฉพาะโรคข้อเข่าเสื่อม) และมะเร็งบางชนิด5 ความเสี่ยงสำหรับ NCD เหล่านี้ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ในดัชนีมวลกาย (BMI) และอายุ 

 สหราชอาณาจักรมีโรคอ้วนในระดับสูงสุดในยุโรปตะวันตก โดยผู้ชาย 67% และผู้หญิง 57% มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน มากกว่าครึ่งของชายและหญิงมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อปัญหาสุขภาพหลายประการอันเนื่องมาจากการรับประทานอาหารที่ไม่ดี

ระดับโรคอ้วนในวัยเด็กเป็นปัญหาใหญ่ ในสหราชอาณาจักร เด็ก 1 ใน 10 คนเป็นโรคอ้วนเมื่อเริ่มเข้าโรงเรียน เมื่อออกจากโรงเรียนประถมศึกษา เด็กเกือบ 20% เป็นโรคอ้วน โดยมีความเสี่ยง 75-80% ที่วัยรุ่นที่เป็นโรคอ้วนจะเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นโรคอ้วน โรคอ้วนในวัยเด็กมีความสัมพันธ์กับโอกาสสูงที่จะเป็นโรคอ้วน เสียชีวิตก่อนวัยอันควร และความพิการในวัยผู้ใหญ่

จากการสำรวจการรับประทานอาหารล่าสุด เด็กและวัยรุ่นบริโภคน้ำตาลเพิ่มประมาณ 40% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน    เครื่องช่วยฟังขนาดเล็ก      สิ่งเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากขนมและของหวาน3 ขณะนี้เราเห็นโรคเบาหวานประเภท 2, ความดันโลหิตสูง, เครื่องหมายเริ่มต้นของโรคหัวใจ, หายใจลำบาก, ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของกระดูกหักและผลกระทบทางจิตวิทยาในเด็กเล็ก

ในปี 2014 สาธารณสุขอังกฤษรายงานว่า 12% ของเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปีมีฟันผุ และฟันผุโดยเฉลี่ยในเด็กเหล่านี้ 3 ซี่ สูญหาย หรือถูกเติมเต็ม

โรคอ้วนสามารถลดอายุขัยลงได้แปดถึง 10 ปี ซึ่งเทียบเท่ากับผลกระทบของการสูบบุหรี่ตลอดชีวิต โรคอ้วนสามารถป้องกันได้และเป็นผลมาจากการผสมผสานที่ซับซ้อนและหลายปัจจัยของปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่มีอิทธิพลต่อรูปแบบการบริโภคอาหารและการออกกำลังกายของเรา การขาดนโยบายสนับสนุนได้นำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้เกิดโรคอ้วนซึ่งไม่ได้ทำให้ประชาชนสามารถตัดสินใจเลือกที่ดีต่อสุขภาพได้อย่างง่ายดาย สหราชอาณาจักรอยู่เบื้องหลังประเทศอุตสาหกรรมตะวันตกอีกหลายประเทศในการลดอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร8 ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระทางการเงินแก่หน่วยงานท้องถิ่นและทรัพยากรด้านสุขภาพ ผู้ที่ทำงานในบริการ

bookmark_borderเหตุใดจึงควรเพิ่มการออกกำลังกายในแผนการรักษาโรคมะเร็ง

ผู้ชายหนึ่งในสองคนและหนึ่งในสามของผู้หญิงจะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งในช่วงชีวิตของพวกเขา ข่าวดีก็คือว่าด้วยการตรวจหาและรักษาที่เร็วขึ้น อัตราการรอดชีวิตของมะเร็งทั่วไปหลายชนิดเพิ่มขึ้น หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดของผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งคือ “ฉันจะหยุดไม่ให้กลับมาเป็นอีกได้อย่างไร

เรารู้ว่าการออกกำลังกายนั้นดีสำหรับเรา แต่ถ้าออกกำลังกายลดโอกาสที่มะเร็งจะกลับมาอีกล่ะ การวิจัยในปัจจุบันมีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบคำถามนี้ และผลลัพธ์ในระยะแรกก็มีแนวโน้มที่ดี โดยแนะนำว่าประโยชน์ของการออกกำลังกายสำหรับผู้ที่เป็นมะเร็งเฉพาะที่อาจคล้ายกับประโยชน์ของเคมีบำบัด การออกกำลังกายไม่สามารถทดแทนการใช้เคมีบำบัดหรือการบำบัดอื่นๆ ได้ แต่เราตระหนักมากขึ้นว่านี่เป็นส่วนสำคัญของแผนการรักษาที่ครอบคลุม

แผนการรักษาโรคมะเร็ง หลักฐานจนถึงปัจจุบัน การศึกษาแนวโน้มโรคในระยะยาว (ระบาดวิทยา) ครั้งใหญ่แสดงให้เห็นว่าผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำมีโอกาสเกิดมะเร็งเต้านม ลำไส้ใหญ่หรือต่อมลูกหมากน้อยกว่าผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย ประมาณการแนะนำว่าอาจลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งได้ถึง 60% เรายังทราบด้วยว่าการออกกำลังกายช่วยลดความเสี่ยงของโรคอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคเบาหวาน และการออกกำลังกายช่วยให้บางคนจัดการกับอารมณ์และรูปแบบการนอนหลับของตนเองได้

แต่ถ้าเป็นมะเร็งอยู่แล้วล่ะ การศึกษาระยะยาวของสตรีกลุ่มใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งต่อมาบางคนเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ (ลำไส้) พบว่าผู้ที่รายงานตนเองในระดับที่สูงขึ้นของกิจกรรมทางกายมีอัตราที่ต่ำกว่ามาก (มากถึง 50 %) ของการเกิดซ้ำของมะเร็ง การติดตามพยาบาลเกือบ 3,000 คนพบว่าผู้ที่ออกกำลังกายมากขึ้นหลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม ลดความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตก่อนวัยอันควร (จากสาเหตุใดๆ ก็ตาม) และลดความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านม การปฏิบัติตามแนวทางการออกกำลังกายในปัจจุบัน (เช่นการเดินเร็วสองชั่วโมงต่อสัปดาห์) ลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมได้เกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับผู้ที่อยู่ประจำ

พบผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกันในพยาบาลที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผู้ที่ออกกำลังกายมากกว่าคำแนะนำในการออกกำลังกาย (เช่น เดินเร็ว 4 ชั่วโมง) ลดความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ครึ่งหนึ่ง การศึกษาอื่นในทั้งชายและหญิงที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่พบว่าคนที่ออกกำลังกายมากกว่าที่แนะนำขั้นต่ำในแต่ละสัปดาห์ช่วยลดความเสี่ยงที่มะเร็งจะกลับมาอีก (ในสามปี)

ประมาณครึ่งหนึ่ง นั่นคือการปรับปรุงที่แน่นอนประมาณ 10% ไม่ใช่จำนวนกิจกรรมทางกายที่ผู้คนทำก่อนการวินิจฉัยโรคมะเร็งเป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่พวกเขาทำหลังจากนั้น ดูเหมือนว่าจะมีผล “ตอบสนองต่อขนาดยา” ด้วย การออกกำลังกายบางอย่างดีกว่าไม่มีเลย แต่ด้วยเหตุผล การออกกำลังกายมากขึ้นย่อมดีกว่า

แม้ว่าการศึกษาเชิงสังเกตเหล่านี้จะมีแนวโน้มดี แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่บ้าง จำนวนกิจกรรมที่บันทึกขึ้นอยู่กับรายงานตนเอง และผู้คนไม่ได้สุ่มให้เข้าร่วมโปรแกรมกิจกรรมทางกายหรือไม่ ดังนั้นอาจมีอคติอยู่บ้าง เป็นไปได้ว่าผู้ที่รักษามะเร็งได้ดีกว่าก็มีการเคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้นเช่นกัน

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟังราคาเท่าไหร่

bookmark_borderผลิตภัณฑ์ความงามทำให้ผู้คนรู้สึกมีความสุข

ผลิตภัณฑ์ความงาม โจนส์กล่าว “มันทำให้พวกเขารู้สึกดีขึ้นมากเกี่ยวกับตัวเองในช่วงเวลาเศรษฐกิจที่ยากลำบาก” โจนส์ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์เลวร้ายในตอนนี้

แต่เขาค่อนข้างมั่นใจว่ามันจะไม่ใช่ลิปสติก “ลิปสติกจะแย่เป็นพิเศษเพราะทุกคนต้องสวมหน้ากากเหล่านี้ใช่ไหม” เขาพูดว่า. แม้ว่าผู้หญิงบางคนอาจทำให้ริมฝีปากสว่างขึ้นสำหรับการประชุม Zoom แต่ Jones ชี้ให้เห็นว่ายังมีคนงานที่ถูกเลิกจ้างหลายแสนคนที่ไม่น่าจะใช้แอปการประชุมทางวิดีโอเพื่อทำงาน ในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา

ความกังวลเกี่ยวกับรูปลักษณ์อาจถือได้ว่าไร้สาระและไร้สาระ แต่ Hannah McCann อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นที่เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมความงามกล่าวว่าการรักษาภาวะปกติเป็นสิ่งสำคัญ “การรักษาความงามของคุณเป็นวิธีที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนควบคุมตัวเองได้และไม่สูญเสียความเป็นตัวเอง” เธอกล่าว

McCann คอยติดตามเทรนด์ออนไลน์และพบว่ามีการค้นหาเคล็ดลับความงามในบ้านเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น วิดีโอ DIY Banana “Botox”

ซึ่งให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการทำผลิตภัณฑ์ในตู้กับข้าวเป็นใบหน้าที่ตั้งใจจะกระชับผิว (วิดีโอเกี่ยวกับความงามยอดนิยมบน YouTube เป็นช่วงเวลาสั้นๆ) บทแนะนำเกี่ยวกับทรงผมที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการตัดและจัดแต่งทรงผมก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องบน YouTube ที่โดดเด่นกว่านั้นคือ McCann สังเกตเห็น นอกเหนือจากความสวยงามของชุดลำลองที่เฟื่องฟูแล้ว ผู้คนสร้างความงามตามเงื่อนไขของตนเอง ได้แก่ ขี้เล่น เลิกใช้ตนเอง และเชื่อมต่อกับผู้อื่นทางออนไลน์เกี่ยวกับเรื่องร้ายและความสำเร็จ “ผู้คนกำลังมีการทดลองมากขึ้น” เธอกล่าว โดยสังเกตจากการใช้สีย้อมผมที่มีสีสันสดใส “โซ่หลุดจากสิ่งที่คุณเต็มใจขอให้ช่างทำผมทำ” “ถ้าเราเห็นความงามเป็นสิ่งที่เราต้องปลดปล่อย” McCann กล่าวเสริม “เราคิดถึงภาพที่ผู้คนกำลังประสบกับมัน

โดยสิ้นเชิง” แม้ว่ามาตรฐานความงามจะผ่อนคลายลง แต่สิ่งนี้ก็ไม่น่าจะคงสภาพเดิมเมื่อการกักกันถูกยกเลิกแล้ว Caren Shapiro นักจิตวิทยาในนิวยอร์กที่เชี่ยวชาญด้านปัญหาของผู้หญิงกล่าว เธอคาดการณ์ว่าธุรกิจความงาม “กำลังจะมาอย่างหนักและโจมตีเราด้วยข้อความที่จะบ่อนทำลายการอยู่ในร่างกายของเรา”

อันที่จริง ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ปกติเหล่านี้ แดเนียลส์ นักวิจัยด้านภาพลักษณ์ร่างกาย คิดว่าอุดมคติด้านความงามที่ไม่สมจริงบางอย่างอาจเลวร้ายลงไปอีก “ฉันเห็นความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการเพิ่มน้ำหนักในการกักกัน” เธอกล่าว “คนที่พูดถึง ‘โควิด 15’ และอื่นๆ ที่ฉันคิดว่าโรคระบาดใหญ่กำลังตอกย้ำความคาดหวังสำหรับร่างกายที่บางลง” Virgie Tovar นักเคลื่อนไหวเชิงบวกด้านร่างกายซึ่งเป็นที่รู้จักจากผลงานของเธอในการต่อต้านการเลือกปฏิบัติเรื่องน้ำหนัก กล่าวว่า เธอมีประสบการณ์การล้อเลียนด้านสุขภาพและการไล่ไขมันในบัญชี Instagram

ของเธอเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่เริ่มกักกัน ในช่วงเวลาที่หลายคนรู้สึกวิตกกังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับการเพิ่มน้ำหนักของตัวเอง เธอไม่แปลกใจเลยที่จะถูกตั้งเป้าโดยความคิดเห็นที่อ้วนท้วน “ผู้คนมักหันมาใช้การลดน้ำหนักเพื่อให้รู้สึกเหมือนควบคุมปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม” เธอเขียนในอีเมล

นักวิชาการคนอื่นๆ หวังว่าการระบาดใหญ่ครั้งนี้จะทำให้ผู้หญิงและผู้ชายมีความเห็นอกเห็นใจต่อร่างกายของพวกเขามากขึ้น เมื่อสุขภาพและเศรษฐกิจตกอยู่ในอันตราย ผู้คนจะเริ่มให้ความสำคัญกับชุมชน เพื่อนฝูง และครอบครัว และอาจส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของร่างกาย แอลลิสัน เคลลี่ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและบำบัดสุขภาพจิต กล่าวว่า “เมื่อเราอยู่ในโหมดที่ต้องการความช่วยเหลือนั้น มันมักจะระงับการพยายามทำให้ตัวเองดูดีในสายตาคนอื่นที่เน้นรูปลักษณ์มากขึ้น ที่มหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟังผู้สูงอายุ