bookmark_borderอาหารคลีนคืออะไร

อาหารคลีนคือการรับพลังงานจากผักผลไม้แทนเนื้อสัตว์ต่างๆสำหรับสาวๆที่รักษาสุขภาพร่างกายหรือต้องการที่จะลดน้ำหนักส่วนใหญ่จะกินอาหารแบบนี้กันโดยการกินอาหารคลีนทำได้ง่ายๆแค่มีผักผลไม้หรืออยากมีเนื้อติดๆด้วยก็เป็นทูน่าก็ได้ใส่รวมกันกับผักผลไม้และเลือกราดน้ำสลัดได้ตามใจเราเลยว่าต้องการแบบไหนการกินอาหารคลีนไม่ได้จำเป็นว่าต้องทานผักผลไม้อย่างเดียวเสมอไป

สมัยนี้มีนวัตรกรรมออกมาใหม่โดยการกินคลีนแบบมีเนื้อที่ปรุงแต่งขึ้นที่มีรสชาติคล้ายกับเนื้อสัตว์จริงๆหรือนำเนื้อที่มีแคลต่ำมาให้สำหรับสาวๆที่กินคลีนกันนอกจากจะทานอาหารเพื่อสุขภาพแล้วสาวๆควรออกกำลังร่วมกับการทานอาหารคลีนด้วยเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการเผาผลาญมากยิ่งขึ้นและหุ่นของเรากระชับขึ้นสาวๆเลยมีความนิยมที่จะหันมากินคลีนกันอย่างมาก

เพื่อสร้างพลังงานให้กับตัวเราทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงอีกตั้งแต่ถ้าสาวๆคนไหนยังหาวิธีดูแลตัวเองไม่ได้ก็ขอแนะนำวิธีนี้ก็เวิร์คอยู่ถ้าหากทำสม่ำเสมอทำเป็นประจำจะติดเป็นนิสัยในการใส่ใจสุขภาพเราได้ง่ายๆแต่ทุกคนต้องยอมรับในรสชาติของการทานอาหารคลีนกันด้วยเพราะไม่ค่อยมีรสชาติอาหารสักเท่าไหร่แต่ให้พลังงานเราได้ดีมากได้สารอาหารครบห้าหมู่ด้วยไม่ใส่สารกันบูด ไม่ใส่ผงชูรสอาหารไม่มีรสหวานหรือเค็มไปแต่อย่างใด

แต่ก็มีน้ำสลัดที่คุณเลือกใส่ไปในอาคารคลีนได้ถ้าหากคุณรับประทานคลีนแบบพวกผักผลไม้หรืออาหารที่มีเกลือแร่หรือวิตามินและการทานอาหารคลีนแทบไม่แตะเนื้อสัตว์เลยแต่เราจะใช้ถั่วกับเต้าหู้เพื่อช่วยสร้างโปรตีนทดแทนเนื้อสัตว์แต่การกินคลีนก็สามารถทานเนื้อสัตว์ได้แต่ต้องไม่ติดมัน

แต่คนส่วนใหญ่ที่ต้องการที่จะลดน้ำหนักอย่างจริงจังจะไม่ทานเนื้อสัตว์เลยจะทานผักผลไม้แทนก็สามารถทดแทนประโยชน์กันได้อยู่และมีประสิทธิภาพสูงเทียบเท่ากันเหมือนกันการรับประทานอาหารคลีนอาหารจะต้องสะอาดและสดและไม่ยึดติดรสชาติต้องทานรสธรรมชาติตามที่มาไม่มีการปรุงแต่งแต่อย่างใดปรับตัวให้เข้ากับการทานอาหารคลีน

เลือกอาหารที่สดใหม่ลดปริมาณน้ำตาลลงด้วยและเน้นการดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอเลือกทานแป้งข้าวกล้องหรือข้าวโอ๊ตแทนรู้จักสังเกตส่วนผสมอาหารอย่าไปเน้นการที่เราทานแล้วนับแคลอรี่ควรทานตามที่ร่างกายของเราต้องการด้วยอย่าไปยึดติดกับตัวเลขเสมอไปและที่สำคัญแบ่งมื้ออาหารให้สมดุลกันมื้อเช้ามื้อเที่ยงหรือมื้อเย็นและไม่ควรพลาดอาหารมื้อเช้าเด็ดขาด

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

bookmark_borderวิธีเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังและข้อดีข้อเสียของร้านต่างๆ 

เมื่อตรวจพบว่ามีอาการหูตึง และแพทย์แนะนำให้ใช้เครื่องช่วยฟัง เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ สำหรับมือใหม่ที่กำลังมองหาเครื่องช่วยฟัง แล้วยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นที่ตรงไหน เรามีคำแนะนำมาฝากค่ะ ตั้งแต่วิธีดูร้าน วิธีดูประเภทของเครื่อง และราคาที่เหมาะสมของ เครื่องช่วยฟัง ในแต่ละประเภท 

เครื่องช่วยฟัง ทำหน้าที่เป็นเหมือนลำโพงที่ช่วยขยายเสียงให้เราฟังได้ชัดเจนมากขึ้น เหมือนว่าคำพูดนั้นถูกไมโครโฟนกระจายเสียงให้อีกทีหนึ่ง มีขนาดเล็กใช้ในผู้ที่มีปัญหาในการรับฟังเสียง ประกอบด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น ไมโครโฟน ลำโพง และเครื่องขยายเสียง ปัจจุบันมีหลายรูปแบบ และมีการพัฒนาคุณภาพ ให้ดีมากขึ้น

วัตถุประสงค์ที่สำคัญที่สุดของการเลือกเครื่องช่วยฟังก็เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้การได้ยินที่เหลืออยู่(Residual hearing)ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ได้เครื่องที่มีเสียงรบกวนน้อยที่สุดซึ่งจะส่งผลให้การฟังเข้าใจคำพูดดีขึ้น มีความเพี้ยนของเสียงที่ได้ยินน้อยลง และปัจจุบันมีร้านที่จำหน่ายเครื่องช่วยฟังอยู่เยอะมาก ทั้งทางโรงพยาบาลเอง และร้านค้าต่างๆ ทั้งแบบที่มีหน้าร้านและแบบขายออนไลน์ 

เครื่องช่วยฟัง จากโรงพยาบาล มีข้อดีคือสบายใจเรื่องมาตรฐานของอุปกรณ์ มีความน่าเชื่อถือ และได้รับคำแนะนำจากแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้เฉพาะทาง แต่ราคาอาจจะสูงกว่าที่อื่น ส่วนใหญ่ราคาอยู่หลักหมื่น ซึ่งถ้าไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน และอยากได้ความสบายใจ แนะนำให้ซื้อที่โรงพยาบาล

เครื่องช่วยฟัง จากร้านค้าข้างนอก ส่วนใหญ่จะเป็นตัวแทนขายจากแบรนด์ต่างๆ ยี่ห้อไม่ต่างจากในโรงพยาบาล บางร้านมีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ด้านนี้โดยเฉพาะ แต่บางร้านไม่มี ต้องเลือกดูให้ดี เพื่อให้เราได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง ราคาจะถูกกว่าในโรงพยาบาล ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่หลักพัน 

เครื่องช่วยฟัง จากร้านค้าออนไลน์ ซื้อได้แต่ต้องตรวจสอบความน่าเชื่อถือ บางร้านนำเข้าเครื่องช่วยฟังมาจากโรงงานที่รับผลิตให้กับแบรนด์ดัง แต่แค่ไม่ได้ตีตรายี่ห้อ ซึ่งมีราคาที่ถูกลงมาอีก หาซื้อง่าย สะดวก เพียงแค่เสิร์ชหาร้านจากในกูเกิ้ลก็เจอแล้ว ราคาบางร้านขายที่หลักร้อยก็มี แต่แนะนำให้ซื้อกับร้านที่มีประกัน หากเครื่องมีปัญหาจะได้นำมาเปลี่ยนซ่อมได้ 

ส่วนประเภทของเครื่องช่วยฟังนั้น เดี๋ยวนี้ออกแบบมาหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน มีทั้งแบบเกี่ยวคล้องหลังหู แบบใส่ในช่องหูเล็กๆ หรือแบบบลูทูธที่ทำให้คนภายนอกมองมาเหมือนเรากำลังคุยโทรศัพท์ ซึ่งก็ช่วยให้ภาพลักษณ์ดูดีขึ้น มองไม่ออกว่าเรามีปัญหาทางการได้ยิน ลดความตึงเครียดจากสายตาหรือความกังวลว่าจะถูกคนอื่นมองว่าหูตึงได้เป็นอย่างดี 

bookmark_borderหวัดขึ้นหูเป็นอย่างไร

หวัดขึ้นหู โรคที่มีอาการคล้ายกับหวัดทั่วไป เตือนพ่อแม่คอยสังเกตอาการลูก ก่อนช้าเกินไป

          สำหรับโรคที่ควรเฝ้าระวังในช่วยฤดูหนาวนี้มากที่สุดคือโรคไข้หวัด  เพราะจะพบผู้ป่วยเป็นโรคนี้กันมาก เนื่องจากอากาศมีการเปลี่ยนแปรง ร่างกายอาจจะมีการปรับตัวตามสภาพอากาศไม่ทัน ซึ่งอาการของโรคไข้หวัดนั้นทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร แต่ที่จะมาเตือนภัยกันในวันนี้คือ อาการแทรกซ้อนที่จะมาพร้อมกับการเป็นไข้หวัด ซึ่งจะส่งผลกับลูกน้อยถึงขั้นหูหนวกได้ นั่นก็คือ อาการของหวัดขึ้นหู  

        ใช่ค่ะ เราเรียกว่า อาการหวัดขึ้นหู ฟังไม่ผิดแน่นอน หลายคนคงยังไม่รู้จักเจ้าโรคนี้กันมากนัก เพราะไม่ค่อยมีใครเป็นสักเท่าไหร่ แต่ถ้าลูกน้อยมีอาการเป็นไข้หวัดแล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีหรือย่างทันท่วงทีก็จะมีผลทำให้โรคหวัดขึ้นหูแทรกซ้อนเข้ามาได้  อากางของหวัดขึ้นหูก็คือ การที่เราเป็นหวัดแล้วเชื้อลามไปยังส่วนอื่นๆ เช่นไปที่หูชั้นกลาง ทำให้หูเกิดการอักเสบ และหากปล่อยที่ไว้ไม่รีบรักษา จะทำให้มีอาการปวดหูหนักมากและถ้ายังไม่รีบรักษาอีกจะกลายเป็นปัญหาแก้วหูทะลุ 

อาการของหวัดขึ้นหูนี้ส่วนมากจะพบมากในเด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ขวบ

ซึ่งเป็นช่วงอายุที่ยังไม่สามารถบอกอาการเจ็บป่วยให้กับผู้ใหญ่ทราบได้ ดังนั้น พ่อแม่ จึงต้องควรสังเกตอาการของลูกด้วยตนเอง ว่าหากลูกเป็นไข้หวัดแล้วมีอาการอื่นร่วมหรือไม่ เช่น เด็กมักจะร้องไห้โยเยแล้วเอามือจับที่ใบหู หรือถ้ามีใครไปโดนหูแล้วเด็กจะร้องไห้เสียงดังขึ้นมาทันทีหรือไม่ หรือว่าได้กลิ่นเหม็นออกมาจากหูของลูกหรือไม่ หรือเวลาเราเรียกลูกเราเราต้องเพิ่มเสียงให้ดังกว่าปกติหรือไม่ หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบพาลูกน้อยไปพบแพทย์ทันที

        สำหรับโรคหวัดขึ้นหูนั้น ส่วนมากมักจะมาพร้อมกับการเป็นไข้หวัด  โรคลำคออักเสบ และโรคต่อมทอนซิลอักเสบ ซึ่งถ้าในผู้ใหญ่แล้ว อาการหวัดขึ้นหูจะพบได้น้อยมาก ส่วนมากแล้วจะพบกับเด็กเล็กที่อวัยวะภายในยังไม่แข็งแรง และมีภูมิต้านทานของโรคต่ำ สำหรับโรคหวัดขึ้นหูจะมีอาการดังนี้ เช่น เด็กจะปวดดูมาก จนอาจเป็นแก้วหูทะลุ

ซึ่งเรียกว่าหูน้ำหนวกชนิดเฉียบพลัน  หรือจะมีน้ำอยู่ในหูชั้นกลาง ซึ่งพวกนี้จะอยู่ในประเภทหูน้ำหนวกชนิดใส และสุดท้ายเป็นหูน้ำหนวกแบบเรื้อรังซึงหากไม่รีบพาไปรักษาอาจทำให้ลูกน้อยมีอาการหูหนวกได้ ดังนั้นหากพบความผิดแม้เพียงนิดเดียวควรรีบพาลูกน้อยไปพบแพทย์ทันทีก่อนที่จะสายไป

 

สนับสนุนเรื่องดีๆจาก เครื่องช่วยฟัง