bookmark_borderรวมสุดยอดอาหารบำรุงสายตา

 หลายคนอาจจะรู้มาบ้างว่า สารอาหารที่ช่วยในเรื่องของการบำรุงสายตานั้นคือ สารเบต้า แคโรทีน ซึ่งจะมีมากในแครอท รวมถึงผลไม้ชนิดอื่นอื่นที่มีสีส้ม  ซึ่งสารเบต้าแคโรทีนนี้จะช่วยฟื้นฟูให้ตามีสภาพที่ดีขึ้นจากการใช้งานอย่างหนัก แต่คุณรู้หรือไม่ว่าสารอาหารที่จะช่วยบำรุงสายตายังมีสารอื่นอื่นที่นอกเหนือจากเบต้าแคโรทีนด้วย  มาดูกันว่าอาหารที่ว่านั้นคืออะไรบ้างที่จะช่วยให้ดวงตาของเราสวยสดใส และมองเห็นได้อย่างชัดเจน

  1. กลุ่มปลาต่างต่างที่มีไขมันสูง ไม่ว่าจะเป็นปลาแซลมอน ปลาทูน่า หรือแม้แต่ปลาแมคเคอเรลก็ตาม ล้วนเต็มไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและดวงตา ซึ่งในปลาที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้จะมี DHA อยู่เป็นจำนวนมากซึ่งสาร DHA นี่เองที่จะช่วยในเรื่องของตาไม่ให้แห้ง
  2. ในเมล็ดอัลมอนด์  จากการศึกษาจะเห็นได้ว่าในเมล็ดอัลมอนด์นั้นมีวิตามินอีสูง ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการลดความเสี่ยงเกี่ยวกับการเสื่อมของประสาทตา โดยเราสามารถที่จะทานเมล็ดอัลมอลด์แค่เพียงวันละหนึ่งกำมือก็สามารถช่วยดูแลดวงตาของเราได้แล้ว
  3. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ และตระกูลส้ม ซึ่งผลไม้เหล่านี้จะช่วยเรื่องประสาทจอของตาเสื่อมได้ และลดความเสื่ยงที่จะเป็นโรคต้อกระจกที่ตา เพราะผลไม้เหล่านี้จะมีวิตามินซีสูง
  4. ไข่แดง ก็มีประโยชน์เพราะมีสารอาหารอยู่มากมาย และหนึ่งในสารอาหารที่ว่านั้นจะช่วยเกี่ยวกับระบบประสาทจอตาเสื่อมให้ดีขึ้นได้ด้วย
  5. ผักใบเขียว  เราควรกินผักใบเขียว เพราะจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยลดปัญหาเรื่องของต้อกระจกและลดความเสี่ยงในการจะเป็นโรคประสาทตาเสื่อมอีกด้วย

เห็นไหมละคะว่า อาหารแต่ละชนิดมีสารอาหารที่มีประโยชน์ และต่างก็ช่วยให้ตาของเราแข็งแรงมีสุขภาพดี ลดความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับดวงตาของเราได้ เหมือนกันกับที่เราทานแครอท ดังนั้นเราจึงควรกินอาหารให้มากมายหลายชนิดเพื่อที่ร่างกายจะได้รับสารอาหารที่หลากหลาย  และอาหารที่กล่าวมาข้างต้นทั้ง  5 ชนิดนี้ก็ไม่ได้ดูแลเฉพาะแค่เรื่องของดวงตาเท่านั้น

ยังดูแลซ่อมแซมร่างกายและสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงสามารถต้านทานโรคอื่นอื่นได้อีกด้วย ดังนั้นเราจึงควรกินอาหารให้หลากหลายเพื่อที่ร่างกายของเราจะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและสามารถดูแลร่างกายของเราให้ครบทุกส่วน  และนอกจากเรื่องของอาหารการกินจะสำคัญแล้วการดูแลรักษาดวงตา ไม่ใช้งานดวงตาหนักจนเกินไปและการพักผ่อนให้เพียงพอก็มีส่วนช่วยรักษาดวงตาของเราให้มีอายุการใช้งานได้นานไม่เสื่อมสภาพเร็ว

 

สนับสนุนโดย  หวยฮานอยเล่นยังไง

bookmark_borderรัฐบาลประกาศให้สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง

รัฐบาลประกาศให้สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งเช่นอุทยานแห่งชาติปิดทำการชั่วคราวทุกพื้นที่

             สำหรับใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นธรรมชาติโดยเน้นการท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆของจังหวัดทั่วไทยประเทศที่เน้นมักจะไปเที่ยวอุทยานแห่งชาตินั้นปัจจุบันนี้ทางรัฐบาลได้มีการประกาศปิดอุทยานแห่งชาติทุกพื้นที่ของประเทศไทยยังต้องการที่จะควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาเนื่องจากว่าหากปล่อยให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติการควบคุมดูแลประชาชนอาจจะดูแลได้อย่างทั่วถึงซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ดูแลอุทยานแห่งชาติจะค่อนข้างมีน้อยไม่ครอบคลุมจำนวนประชาชนที่พากันไปเที่ยวซึ่งบางครั้งการไปเที่ยวของประชาชนนั้นต่างก็พากันไปพร้อมๆกัน

ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่หนาแน่นไปด้วยผู้คนซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงอย่างมากในช่วงนี้หากมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆเหล่านั้นดังนั้นตอนนี้สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกภูเขาหรือทะเลต่างก็จะได้รับการปิดไม่ให้เข้าไปใช้บริการโดยรัฐบาลหวังว่าหากมีการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าได้แล้ว

ก็จะมีการปลดล็อคให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆได้ตามปกติโดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติซึ่งในขณะนี้แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไม่สามารถไปใช้บริการได้ดังนั้นหากใครที่ยังอยากที่จะไปท่องเที่ยวเยี่ยมชมความงามของสถานที่ต่างๆอาจจะต้องใช้การท่องเที่ยวแบบ 360 องศาซึ่งจะมีบางสถานที่มีการทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวนั้นได้โดยการดูผ่านทางเว็บไซต์สิ้นจะเป็นการท่องเที่ยวเสมือนจริงที่เมื่อเราดูผ่านทางอินเทอร์เน็ตแล้วจะเหมือนกับเราไปเดินดูสถานที่ท่องเที่ยวนั้นด้วยตนเอง

ซึ่งในปัจจุบันนี้การท่องเที่ยวด้วยการเดินทางไปด้วยตนเองนั้นจะค่อนข้างลำบากเพราะบางพื้นที่ยังต้องมีการติดล็อคไม่ให้คนจังหวัดอื่นเข้าจังหวัดของตนเองซึ่งการจะข้ามจังหวัดไปอีกจังหวัดหนึ่งนั้นจะต้องมีการออกเอกสารยุ่งยากมากมายและสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็ยังไม่เปิดให้บริการดังนั้นการท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือการท่องเที่ยวผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ตซึ่งเราอาจจะดูจากรูปภาพแล้วอาจจะอ่านจากรีวิวที่เคยมีคนไปเที่ยวเขียนเอาไว้เป็นการหาข้อมูลชั่วคราวไปก่อนและเมื่อสถานการณ์การระบาดของไวรัสคนละหน้าดีขึ้นเราก็สามารถที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่งได้ 

สำหรับการปิดอุทยานแห่งชาติไม่ให้ประชาชนไปเที่ยวนั้นมีการประกาศปิดมาแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 เดือนมีนาคมปีพศ 2563 และตอนนี้ใจยังปิดอุทยานแห่งชาติชั่วคราวไปก่อนจนกว่าจะมีการประกาศแจ้งให้ประชาชนเข้าไปเที่ยวได้อีกครั้งหนึ่งซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่เพราะต้องดูสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าเป็นระยะก่อน

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยมาเลย์

bookmark_borderสมุนไพรไทยที่ช่วยในเรื่องของการป้องกันโรคเอดส์ 

โดยส่วนตัวเราก็รู้อยู่แล้วว่าสมุนไพรบ้านเรานั้นสามารถที่จะช่วยในเรื่องของการรักษาโรคได้หลายอย่างเพราะว่าว่าในบ้านเรามีสมุนไพรหลายอย่างที่ช่วยในเรื่องรักษาโรค   วันนี้เราจะมาบอกอีกหนึ่งอย่างที่ช่วยในเรื่องของการช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของโรคเอดส์ หรือว่าไอวีนั่นเอง  เพราะว่าในตัวยามีมีฤทธิ์ช่วยในเรื่องของการปรับภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ต้านทานโรคนี้ได้เป็นเป็นอย่างดี  นั่นก็คือมะระขี้นกที่เรารู้จักกันนั่นเอง 

มะระขี้นกนั้นมีรสชาติที่ขมและได้มีรักษาและได้รับการตีพิมพ์ว่าเป็นยาที่ช่วยในเรื่องของการออกฤทธิ์ที่ช่วยในเรื่องของการยับยั้งของเชื้อเอชไอวีหรือว่าโรคเอดส์ได้  และยังช่วยในเรื่องในเรื่องของการต้านทานโรคได้ดีขึ้นอีกด้วย   

      นอกจากนี้ผลของมะระขี้นกนั้นยังช่วยในเรื่องของการเจริญอาหารนั้นได้อีกด้วย  เพื่อที่จะรักษาผู้ที่ป่วยในการเบื่ออาหารในผู้ป่วยของผู้ที่ป่วยที่เป็นโรคเอดส์นั้นได้ด้วยเพราะว่าเราได้ทำการทดลองแล้วว่าการที่เราเอาผู้ที่ป่วยเบื่ออาหารนั้นมาทำการทดลอง  แล้วผลสรุปออกมาเป็นที่หน้าพอใจอย่างมากเพราะว่าผู้ที่ป่วยและมีอาการที่เบื่ออาหารนั้นได้มีการน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น  และรู้สึกว่าตัวเองนั้นแข็งแรงมากขึ้น   

        ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเอดส์นั้นสามารถที่จะกลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงนั้นได้ง่ายไม่ได้ยากอย่างที่คิดเพราะว่าจะมียาต้านไวรัสของเอชไอวีให้เรารับประทานอยู่แล้วดังนั้นเราก็ควรที่จะกินอย่างสม่ำเสมอ  ทำตามคำแนะนำของหมอที่เขาดูแล   และเนื่องจากเชื้อบางอย่างนั้นเราไม่สามารถที่จะรักษาให้หายไปหมดได้เราก็ควรที่จะกินจนอาการนั้นดีขึ้น   จากการที่เราสุขภาพที่แข็งแรงเราต้องรู้จักกินยาอย่างต่อเนื่อง  เมื่อเรามีสุขภาพที่ดีเราก็ไม่ต้องที่จะกินยาอย่างต่อเนื่องนั้นก็ได้  และเพื่อที่จะไม่ให้เชื้อไวรัสของโรคเอดส์นั้นกับมาทำลายความต้านทางของผู้ที่ป่วยนั้นได้  

การที่เรามีสุขภาพที่ดีและและก็ปฏิบัติได้ไม่ยุ้งยากหากผู้ที่ป่วยที่หยุดการกินยาเอง  หลังจากที่เรารู้สึกว่าเรามีอาการที่ดีขึ้น   นอกจากที่จะทำให้เราดื้อยาแล้ว  จากการที่เรารักษาอยู่นั้นก็ต้องมาเพิ่มการรักษาใหม่อีกเพราะว่าจะต้องมีการเปลี่ยนตัวยา เพราะว่ามีผลข้างเคียง   หรือไม่ยาที่เราก็ต้องมีราคาที่เพิ่มมากขึ้น   และจะส่งผลเสียกับผู้ที่ป่วยอย่างที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้  

     ดังนั้นเราต้องดูแลตัวเองให้แข็งแรง  ทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์   ดื่มน้ำที่สะอาด  และหลีกเลี่ยงการที่เราจะเชื้อเพื่ม   โดยที่เราหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์โดยที่เราไม่ใส่ถุงยางนั่นเอง  ไม่ใช้เข็มร่วมกับคนอื่น   กินยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอ  ไม่ยุ้งเกี่ยวกับสารเสพติด   และไม่ทำให้ตัวเองนั้นเครียด  จะช่วยให้เรานั้นมีชีวิตที่ดีขึ้นไปและทำให้เรามีสุขภาพที่ดี  อยู่ได้อีกนาน

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจ hiv

bookmark_borderการทำความสะอาดพื้นที่เมื่อมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส โควิด-19 

     ช่วงนี้คงหนีไม่พ้นที่จะพูดถึงการทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ที่อยู่อาศัยหากเราพบว่าบ้านเรามีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่าเชื้อโรคสามารถจะอยู่บนภาชนะสิ่งของหรือบนพื้นได้หลายชั่วโมงดังนั้นหากถ้าเราไม่ทำความสะอาดแล้วแล้วก็คนที่ไม่ติดเชื้อไวรัสแต่มาอยู่ในพื้นที่ที่เคยมีผู้ที่ติดเชื้อไวรัสอยู่อาศัยมาก่อนก็จะทำให้เชื้อโรคสามารถติดต่อมาสู่คนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงได้งานทำความสะอาดพื้นที่ที่มีผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้น

เราสามารถทำความสะอาดได้เฉพาะจุดติดผู้ป่วยติดเชื้ออาศัยอยู่เท่านั้นได้โดยเราไม่จำเป็นต้องฆ่าเชื้อเป็นลักษณะของวงกว้างถ้าบริเวณไหนที่ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ได้ไปใช้บริการแถวนั้นหรือไม่เคยเดินผ่านเลยเราก็ไม่จำเป็นต้องไปฉีดยาฆ่าเชื้อก็ได้เพื่อเป็นการประหยัดน้ำยาฆ่าเชื้อเพราะหลักการของการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อนั้นเราจะฉีดตรงบริเวณที่มีสารคัดหลั่งของผู้ป่วยตกค้างอยู่เรามาดูกันว่าเราสามารถที่จะทำความสะอาดพื้นที่ตรงไหนได้บ้างหากในชุมชนของเรามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

        อันดับแรกเลยก็คือที่อยู่อาศัยของผู้ป่วยที่ติดเชื้อซึ่งถ้าผู้ป่วยติดเชื้ออยู่บ้านหลังไหนวิธีการคือเราต้องมีการปิดกั้นสถานที่นั้นไม่ให้บุคคลอื่นเข้ามาได้หลังจากนั้นก็ทำการเปิดประตูหน้าต่างให้โล่งเพื่อให้มีลมโกรกพัดผ่านอยู่ตลอดเวลาซึ่งวิธีการนี้จะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีดังนั้นเชื้อโรคก็จะพัดหายไปในอากาศซึ่งการเปิดหน้าต่างประตูนี้เราควรจะทำทิ้งไว้ประมาณ 1 วันก่อนที่เราจะมีการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อ  

เมื่อจะต้องมีการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อนั้นเราควรจะมีการใช้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถสามารถฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อเป็นมาปฏิบัติงานนี้เพราะจะได้ปลอดภัยจากเชื้อโรคคนที่จะฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อควรจะมีความรู้เกี่ยวกับน้ำยาที่ใช้เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายตัวเองและจำเป็นที่จะต้องฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อทำความสะอาดเพื่อนพี่ที่คนติดเชื้อไวรัสโคโรน่าใช้งานอยู่เป็นประจำพื้นที่ที่เราพอจะรู้ว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อเดินผ่านไปจุดไหนหรือใช้งานบริเวณไหนต้องมีการฉีดยาฆ่าเชื้อทั้งหมดยิงห้องไหนที่ผู้ป่วยสัมผัสบ่อยๆ

ยิ่งต้องฉีดให้มากก่อนที่เราจะฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อนั้นทางที่ดีแล้วเราควรมีการทำความสะอาดบริเวณพื้นที่นั้นซะก่อนเพื่อที่เวลาที่เราฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อ   จะได้ส่งผลให้น้ำยามีประสิทธิภาพเข้าไปทำลายเชื้อโรคได้ดียิ่งขึ้นและหากมีสิ่งของไหนที่เรามีความจำเป็นต้องนำกลับมาใช้งานควรจะนำสิ่งของนั้นไปทำความสะอาดโดยการฆ่าเชื้อด้วยน้ำร้อนก่อนรวมถึงใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดตากให้แห้งแล้วถึงสามารถนำมาใช้งานได้ 

         

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยลาวออกกี่โมง

bookmark_borderอาการท้องเสีย

ท้องเสียนั้นคือเรานั้นถ่ายเป็นน้ำมากกว่าเป็นก้อนหรือว่าในการที่เรานั้นถ่ายอาจจะมีเลือดนั้นออกมาด้วยอันนี้มักจะเกิดจากการติดเชื้อหรือภาวะอาหารเป็นพิษหลังจากที่เรานั้นรับประทานที่มีเชื้อโรคเข้าไป โดยที่อาการนั้นจะเกอดขึ้นเพียงไม่กี่วันแต่ว่าบางคนนั้นอาจจะเป็นโรคเรื้อรังเป็นเวลานาน หรือโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังอาการท้องเสียนั้นจะถ่ายมากกว่าสามครั้งแต่ถ้าถ่ายมากและมีมูกเลือดด้วยแล้วควรที่จะไปหาหมอหรือว่าบางรายนั้น

อาจจะมีอาการท้องอืด  คลื่นไส้ อ่อนเพียรเหมือนจะเป็นไข้คันเนื้อคันตัว  อาการท้องเสียนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่หน้ากลัวแต่แต่สร้างความหนักใจให้กลับคนที่ป่วย เมื่อเรานั้นท้องเสียนั้นจะทำให้เรานั้นเสียน้ำเป็นอย่างมาก

สาเหตุของการท้องเสียโดยปกติดูดซึมสารอาหารในรูปแบบของเหลวจากสิ่งที่เรานั้นรับประทานเข้าไปในร่างกายจนเหลือแต่กากใยทิ้งไว้แต่เมื่อเกิดอาการท้องเสียขึ้นจึงทำให้ลำไส้นั้นมีอาการที่ไม่ปกติสารอาหารเหล่านั้นจึงไม่ถูกดูดซึมและถูกขับออกจากร่างกาย ท้องเสียแบบเฉียบพลันมักจะเกิดจากโรคกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กอักเสบเนื่องจากการติดเชื้อแบคทีเรียเชื้อแบคทีเรียที่มักปนเปื้อนในน้ำหรืออาหารที่เรานั้นกินเข้าไปและก็ก่อให้เกิดอาการท้องเสียตามมา 

อาการท้องเสีย.ในกรณีผู้ป่วยท้องเสียอย่างเฉียบพลันส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องเข้าการรักษาเฉพาะอาการป่วยนั้นจะค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ แต่ว่าผู้ที่ป่วยนั้นต้องกินและดื่มน้ำให้เยอะๆหรือว่ากินเกลือแร่เพื่อที่จะชดเชยน้ำที่เรานั้นเสียไปและผู้ป่วยนั้นต้องกินยาตามที่หมอสั่งควบคู่กับการกินเกลือแร่หรือน้ำให้เยอะๆซึ่งเป็นการรักษาหลัก และนอกจากนี้อาการท้องเสียนั้นเกิดจากความผิดปกติที่ค่อนข้างร้ายแรงอย่างลำไส้อักเสบหรือว่าเรื้อรังซึ่งผู้ป่วยนั้นต้องให้แพทย์ที่เชียวชาญนั้นดูแลความผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ผู้ที่ท้องเสียนั้นต้องหมั่นดูแลและสังเกตอาการความผิดปกติของตนเองว่าเรานั้นมีภาวะขาดน้ำหรือเปล่า

ซึ่งจะส่งผลให้กล้ามเนื้อและระบบอื่นๆในร่างกายถือว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งโดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุหรือว่าผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอเพราะว่าเกิดทำให้เสียหายอย่างรุนแรงและทำให้ร่างกายนั้นเกิดอาการช็อกและหมดสติได้สำหรับผู้ใหญ่นั้นก็ควรเรื่องในการที่หมดสติเพราะว่าอาการขาดน้ำ และการกระหายน้ำอย่างมาก ปัสสาวะน้อยและเป็นมีสีที่เข้ม ผิวแห้ง อ่อนเพลียและเวียนหัวเป็นต้น

ส่วนที่ทารกนั้นจะมีอาการที่พบคือปากนั้นจะแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ตาลึกโบ๋ และมีไข้สูง นอกจากนี้คือการที่เรานั้นรับประทานอาหารนั้นเมื่อเรานั้นท้องเสียเราต้องกินอาหารที่รสชาติจืดอย่างเช่น ข้าวต้ม  แกงต้มจืด หรือว่าน้ำซุป แต่พอเมื่อเรานั้นเริ่มหายดีแล้วเราควรเริ่มที่กินนม และมีผลิตภัณฑ์ที่มีจุลินทรีย์หรือว่าโยเกิร์ตเพื่อที่ให้ลำไส้ย่อยอาหารได้ดี

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

bookmark_borderแนวทางพิจารณาอาการ โรคปอดอักเสบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019

แนวทางพิจารณาอาการ โรคปอดอักเสบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019

ถ้าเกิดได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 คนป่วยจะเริ่มออกอาการได้ภายใน 24 ชั่วโมง ถึง 2 อาทิตย์ ภายหลังจากได้รับเชื้อ โดยอาการเริ่มต้นของคนป่วยที่ติดเชื้อโรคเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 นั้น โดยมากจะเริ่มจากการจับไข้ ไอ เจ็บคอ เหน็ดเหนื่อย เมื่อยกล้าม หายใจแรงอ่อนล้า ถ่ายเหลวท้องเดิน ถ้าเกิดคนป่วยมีสุขภาพที่ไม่ดีหรือมีภูมิต้านทานต่ำ จะมีผลให้มีความร้ายแรงถึงกับขนาดวิกฤตและก็เสียชีวิตได้

แนวทางคุ้มครองป้องกันโรคปอดอักเสบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019
พื้นฐานทุกคนสามารถปกป้องตัวเองรวมทั้งคนที่อยู่รอบข้างให้ไกลห่างจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้ดังต่อไปนี้

1. หลีกเลี่ยงการสนิทสนมกับคนเจ็บที่มีลักษณะไอ จาม น้ำมูกไหล หอบ เจ็บคอ
2. หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง โดยยิ่งไปกว่านั้นเมืองอู่ฮั่นที่เป็นรังโรค และก็เมืองอื่นๆในประเทศจีนที่มีการระบาด
3. ระวังการสัมผัสผิวที่ไม่สะอาด และก็อาจมีเชื้อโรคเกาะอยู่
4. ควรจะล้างมือให้บ่อยด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลอย่างต่ำ 20 วินาที
5. งดเว้นจับตา จมูก ปากเวลาที่มิได้ล้างมือ
6. หลีกเลี่ยงการสนิทสนม สัมผัสสัตว์ต่างๆ โดยที่ไม่มีการปกป้องคุ้มครอง
7. กินอาหารสุก สะอาด ใช้ช้อนกลาง ไม่กินอาหารที่ทำมาจากสัตว์หายาก

สำหรับเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์หรือคนที่จำเป็นต้องดูแลคนป่วยที่ติดเชื้อโรคเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยตรง ควรจะใส่หน้ากากอนามัย หรือสวมแว่นตานิรภัย เพื่อคุ้มครองป้องกันเชื้อในละอองฝอยจากเสลดหรือสารคัดเลือกหลั่งเข้าตา

ท้ายที่สุดขอฝากไว้ว่า อย่าตระหนกจนกระทั่งเกินความจำเป็นแล้วก็อย่าลืมติดตามข้อมูลโดยตลอดจากแหล่งเชื่อใจได้ ควรจะวิเคราะห์ข้อมูลให้เด่นชัดก่อนที่จะเชื่อในทันทีทันใด

bookmark_borderรู้เบื้องต้น ภาวะเส้นเอ็นไหล่ฉีก

ปัญหาสำคัญของภาวะเส้นเอ็นไหล่ฉีก พบได้มากในหมู่ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานหนัก หรือหักโหมออกกำลังกาย ซึ่งอาการก่อนมาพบแพทย์คือไม่สามารถขยับไหล่ได้ ในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่ามีผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยปัญหาภาวะเส้นเอ็นในไหล่ประมาณ 2,000,000 คนต่อปี เมื่อมีเส้นเอ็นไหล่ฉีกขาดจะทำให้มีภาะวะอ่อนแรงลงของข้อไหล่ ทำให้การดำเนินชีวิตในแต่ละวันเป็นไปด้วยความลำบาก ไม่สะดวกอย่างที่เคย เช่น การหวีผม การใส่เสื้อ ก็จะมีอาการเจ็บหรือจะทำได้ยากขึ้น
เรียนรู้กายวิภาคศาสตร์เรื่องข้อไหล่

ร่างกายสร้างขึ้นโดยการยึดติดอวัยวะต่างๆ ขึ้นมา โดยข้อไหล่ประกอบขึ้นจากกระดูก 3 ส่วนคือ กระดูกท่อนแขนด้านบน(humerus) กระดูกสะบัก(scapular)และกระดูกไหปลาร้า(clavicle)
ข้อไหล่ (ห้วกระดูกและเบ้า) จะอยู่ด้วยกันได้ด้วยตัวเยื่อหุ้มข้อ (capsule) และเส้นเอ็นไหล่ (rotator cuff) ตัวเส้นเอ็น rotator cuffประกอบขึ้นจากกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น 4 มัดมาประกอบกันเป็นแผงโอบหุ้มข้อไหล่ทำหน้าที่ให่ความมั่นคงกับข้อไหล่และเป็นแกนหมุนและยกหัวไหล่ นอกจากนี้ยังมีถุง(bursa)ซึ่งให้ความหล่อลื่นและป้องกันการเสียดสีของเส้นเอ็นrotator cuffกับกระดูกส่วนบนของไหล่(acromion) เมื่อมีการอักเสบของเส้นเอ็นหรือมีการฉีกขาดของเส้นเอ็น rotator cuff ตัวถุง (bursa) นี้ก็จะมีภาวะอักเสบและมีอาการเจ็บเกิดขึ้นด้วย

ในกรณีที่เกิดภาวะเส้นเอ็นไหล่ฉีกขาด คงหนีไม่พ้นบริเวณตำแหน่งเส้นเอ็นเกาะกับกระดูกส่วนหัว (humerus) ซึ่งอาจฉีกเส้นเดียวหรือหลายเส้นก็ได้ การฉีกขาดอาจเริ่มจากการถลอกบริเวณด้านบนของเส้นเอ็น (ซึ่งเกิดจากการเสียดสีของหินปูนบริเวณกระดูกด้านบน (acromion) กับตัวเส้นเอ็น) หรืออาจกิดจากภาวะเสื่อม (degeneration) ของตัวเส้นเอ็นเองหรือเกิดจากการใช้งานหรืออุบัติเหตุ ด้วยเหตุทั้งหมดที่กล่าวมข้างต้นนี้ทำให้เกิดภาวะเส้นเอ็น ที่เรียกว่า rotator cuff เกิดฉีกขาดขึ้น ในระยะแรกอาจไม่ได้เกิดการฉีกขาดทั้งหมดเลยทีเดียวอาจจะแค่ฉีกบางส่วนแล้วค่อยๆ ลุกลามเป็นมากขึ้นจนฉีกขาดตลอดความหนาของเส้นเอ็น เราจึงนิยมแบ่งเป็นชนิดต่างๆ คือ
แบ่งตามลักษณะของการฉีกขาด
1. เส้นเอ็นฉีกขาดบางส่วน (partial rotator cuff tear)
2. เส้นเอ็นฉีกขาดตลอกความหนา (full thickness rotator cuff tear)
3. เส้นเอ็นฉีกขาดขนาดใหญ่ (massive rotator cuff tear) ซึ่งมักจะมีการหดรั้งของตัวกล้ามเนื้อและปลายเส้นเอ็นที่ฉีกขาดไปไกลจากตำแหน่งเกาะเดิม

bookmark_borderป่วยแน่ ถ้าทำงานหนักจนละเลยสุขภาพตัวเอง

ในยุคปัจจุบันนี้ ด้วยเศรษฐกิจ สังคม หรืออะไรก็ตาม ทำให้เราต้องทำงานกันอย่างหนักมากขึ้น จนแทบไม่มีเวลาที่จะดูแลตัวเองกลายเป็นละเลยสุขภาพของตนเองไปด้วย ด้วยการใช้ชีวิตแบบเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหนัก จนทำให้พักผ่อนน้อย หรือกินอาหารสำเร็จรูปที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ด้วยพฤติกรรมต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้ ก็คงพอที่จะเป็นเหตุผลให้ร่างกายของคุณเริ่มอ่อนแอลง ไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ป่วยง่ายขึ้น แล้วถ้าหนักขึ้นละก็อาจจะทำให้คุณป่วยเป็น 12 โรคต่อไปนี้

1. ออฟฟิศซินโดรม
โรคที่ 90% ของพนักงานออฟฟิศจะต้องเป็น ด้วยเพราะเกิดจากพฤติกรรมของคนออฟฟิศส่วนใหญ่จะทำงานโดยการนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ โดยไม่ได้ลุกเคลื่อนตัว ขยับตัวเปลี่ยนท่าทางบ้าง ทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการตึง และเกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบได้

2. เป็นหวัด คัดจมูก
แม้ว่าการเป็นหวัด เจ็บคอ น้ำมูกไหล คัดจมูก หายใจไม่ออก อาการเหล่านี้อาจเรียกตามภาษาเราๆ ว่าโรครำคาญได้เลย เพราะเป็นอาการที่เป็นได้ง่ายๆ เป็นได้บ่อยๆ และเป็นอาการป่วยทั่วไปที่ไม่ได้ร้ายแรงอะไรนัก แต่ก็ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคุณ เนื่องด้วยการสร้างความรำคาญให้คุณได้ และหากยิ่งโหมทำงานหนัก รวมถึงพักผ่อนไม่เพียงพอ จนทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า และภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงได้

3. ปวดไมเกรน
หรืออาการปวดหัวข้างเดียว แม้ว่าสาเหตุของ ไมเกรน จะไม่ชัดเจนนัก แต่สาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดอาการไมเกรนกำเริบขึ้น นั้นดันมีอยู่รอบๆ ตัว ซึ่งได้แก่ ความเครียดที่สะสมมา ความกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้น ความตื่นเต้นตื่นตระหนก ความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย พักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีที่มีมาจากการโหม ทำงานหนัก ทั้งสิ้น

4. โรคอ้วน
การนั่งทำงานนาน ๆ ติดต่อกันวันละหลาย ๆ ชั่วโมง ทำให้ร่างกายเราไม่สามารถเผาผลาญอาหารได้อย่างที่เคยเป็น และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณอ้วนขึ้นได้อย่างง่าย ๆ รวมถึงมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และหลอดเลือด

5. สายตาเสีย
การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานเกินไป โดยอาจลืมตัวเพ่งสายตานานจนลืมกระพริบตา สามารถทำให้เกิดโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมได้ ซึ่งโรคนี้จะทำให้ดวงตามีปัญหาเรื่องการมองเห็น โดยเริ่มจาก ตาแห้ง ปวดหัว คอ และไหล่ และอาจทำให้เห็นภาพเบลอ หากทิ้งไว้นาน ๆ จะทำให้ดวงตาเสื่อมสภาพเร็วกว่าวัยอันควร

6. โรคความดันโลหิตสูง
สาเหตุแท้จริงของโรคความดันโลหิตสูง ในคนทำงานมักเกิดมาจากความเครียดที่สะสมไว้ เนื่องจากพนักงานออฟฟิศ ต้องเผชิญกับความกดดันบ่อยๆ ความน่ากลัวของภาวะความดันโลหิตสูงก็คือ จะไม่มีอาการแสดงอะไรเลยในระยะแรก แต่จะทำลายอวัยวะภายในของคุณอย่างช้า ๆ จนทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต และไตวาย ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่สร้างความเจ็บปวดในระยะยาว และสามารถถึงแก่ชีวิตได้ทั้งสิ้น

7. โรคหัวใจ
โรคหัวใจ เป็นผลที่เกิดขึ้นจากการเกิดขึ้นของภาวะความดันโลหิตสูงเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในผลพลอยได้ของโรคเลยก็ว่าได้ เมื่อคุณต้อง ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ทานแต่อาหารที่มีไขมันสูง ไม่มีเวลาออกกำลังกาย แต่ต้องเผชิญกับความเครียดอยู่เสมอ จะส่งผลให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้หัวใจของคุณต้องทำงานอย่างหนักตลอดเวลา และอาจเป็นโรคหัวใจได้ในที่สุด

8. โรคเบาหวาน
หลายคนชอบทานของหวานเมื่อรู้สึกเครียดหรือเหนื่อย เพราะทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นขึ้น แต่การที่เราทานอาหารที่มีรสหวานมากๆ จะทำให้นำตาลในเลือดของเราสูงขึ้น จนทำให้หัวใจและร่างกายทำงานหนักขึ้น และกลายเป็นภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ที่มาควบคุมน้ำตาล ความน่ากลัวของโรคนี้ อยู่ที่อาการของโรคจะลามไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น เบาหวานขึ้นตา และเมื่อร่างกายเกิดบาดแผล ก็ทำให้หยุดเลือดได้จาก และแผลหายช้า

9. กรดไหลย้อน
อีกหนึ่งโรคที่คนวัยทำงานสวนใหญ่ต้องเป็น เพราะเกิดจากการทำงานหนักรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ทานอาหารอย่างเร่งรีบ รวมไปถึงการชอบทานเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ของมัน ของทอด หรือน้ำอัดลม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้

10. โรคเครียดลงกระเพาะ
โรคเครียดลงกระเพาะ มักเกิดจากความเครียด เพราะเมื่อเราเครียด ระบบประสาทอัตโนมัติ ก็จะกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยออกมามากกว่าปกติ จนทำให้เกิดการระคายเคือง และส่งผลให้คุณเป็น โรคกระเพาะอาหาร ในที่สุด

11. โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
หลายครั้งที่คุณเกิดปวดปัสสาวะ แต่ก็ไม่ยอมลุกไปเข้าห้องน้ำสักที เนื่องจากกำลังทำงานติดพันอยู่ รวมถึงการดื่มน้ำน้อย หรือเลือกดื่มกาแฟแทนน้ำเปล่า พฤติกรรมเหล่านี้หากทำจนติดเป็นนิสัย ก็สามารถทำให้เกิดโรคร้ายได้

12. โรคตึกเป็นพิษ
โรคจากสภาพแวดล้อมภายในออฟฟิศไม่เหมาะสมต่อการทำงานของพนักงาน อากาศที่ไม่ถ่ายเท หรือถ่ายเทไม่สะดวก ทำให้สารพิษเกิดขึ้นอยู่ในตัวอาคารไม่สามารถระบายออกไปได้ อาการของโรคตึกเป็นพิษ ได้แก่ อ่อนล้า ปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ คัดจมูก ไอ จาม เกิดผดผื่นคัน ระคายเคืองดวงตา และเกิดความผิดปกติของประสาทรับกลิ่น หากละเลยเอาไว้นาน ๆ อาการก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

bookmark_borderโรคอันตรายจากการนอนไม่พอ

ด้วยงาน ด้วยการบ้าน ด้วยสอบ และด้วยอีกสารพัดเหตุผล ที่ทำให้คุณนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ บางคนแทบไม่ได้นอนหลับ เช้ามาก็ไปทำงานต่อได้อีก ช่วงแรกๆ คงแค่รู้สึกง่วง เหนื่อย แล้วไปนอนทดเวลาแทนเอาวันถัดไป แต่จริงๆ แล้วการนอนทดเวลาไม่ได้ช่วยให้ร่างกายหายเหนื่อย แถมหากยังนอนน้อยอยู่บ่อยๆ ยังเสี่ยงโรคอันตรายอีกหลายโรคเลยด้วย

นอนไม่พออันตรายแค่ไหน โรคอันตรายจากการนอนไม่พอ

1. ระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย ทำงานผิดปกติ

เรื่องนี้ค่อนข้างกว้าง เราจึงไม่สามารถระบุได้โรคเดียว แต่ถ้าให้อธิบาย คือการนอนหลับไม่เพียงพอ ร่างกายฟื้นฟู ซ่อมแซม ปรับระบบการทำงานได้ไม่ดีพอ ทำให้ระบบย่อยอาหารในกระเพาะอาหารทำงานผิดปกติ ยิ่งใครอยู่ดึกแล้วทานอาหารตอนดึกๆ ด้วยแล้ว การทานอาหารไม่เป็นเวลาก็ทำร้านสุขภาพกระเพาะอาหาร และระบบย่อยอาหารอื่นๆ ได้เหมือนกัน

เมื่อระบบย่อยอาหารรวน ก็จะทำให้มีอาการ อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ บางรายมีแก๊สในกระเพาะอาหารเยอะเกินไป อาจมีอาการปวดท้องแบบจุกเสียดได้เช่นกัน นอกจากนี้ผลร้ายยังส่งต่อมาที่ระบบขับถ่าย ที่จะทำให้ขับถ่ายไม่เป็นเวลา ท้องผูก หรือบางครั้งก็ท้องเสียได้

2. โรคอ้วน

นอกจากการทานอาหารตอนดึกๆ ที่หลายคนทานเพราะหิวในช่วงเวลาปั่นงาน อ่านหนังสือ หรือดูซีรี่ส์ตอนดึกๆ แล้ว การนอนหลับไม่เพียงพอยังส่งผลให้ระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายรวนไปด้วย เลยกลายเป็นว่าทานเท่าเดิม แต่เผาผลาญได้น้อยกว่าเดิม พลังงานสะสมจนทำให้น้ำหนักเกินมาตรฐาน กลายเป็นโรคอ้วนได้ เรียกง่ายๆ ว่าทานนิดเดียวก็อ้วนนั่นเอง ใครที่เคยสงสัยว่าทานเหมือนเพื่อน แต่ทำไมอ้วนอยู่คนเดียว ลองสังเกตตัวเองดูว่านอนหลับไม่เพียงพอหรือเปล่า

3. โรคเบาหวาน

การนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ เสี่ยงต่อโรคเบาหวานได้เช่นกัน (โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยง เช่น มีคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน ก็ยิ่งเสี่ยงหนัก) เพราะหากเรานอนไม่เพียงพอ ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด และอินซูลิน ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อภาวะดื้ออินซูลินอีกด้วย ใครที่ยังไม่เป็นให้ระวัง ใครที่เป็นโรคเบาหวานอยู่แล้ว ยิ่งต้องระวัง เพราะส่งผลกระทบต่อการรักษาอย่างมาก

4. โรคนอนไม่หลับ

แน่นอนว่าเมื่อเราไม่ได้ทานข้าวให้เป็นเวลา เราก็เป็นโรคกระเพาะอาหาร หากเรานอนไม่เป็นเวลา เราก็เสี่ยงเป็นโรคนอนไม่หลับเช่นเดียวกัน แทนที่ถึงเวลานอน เราควรจะง่วง กลับไม่ง่วง และกว่าจะหลับได้ในแต่ละคืนช่างยากเย็น บางคนอาจลุกเข้าห้องน้ำบ่อยครั้ง ทำให้นอนหลับๆ ตื่นๆ นอกจากร่างกายจะเหนื่อยล้าสะสมจากการนอนไม่เพียงพอแล้ว ยังอาจเกิดความเครียดสะสม จนทำให้ยิ่งนอนไม่หลับเข้าไปกันใหญ่

5. โรคหลอดเลือดหัวใจ

โรคเริ่มอันตรายและร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ การที่เรานอนหลับไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้มีสารโปรตีนเข้ามาเกาะสะสมที่หัวใจมากขึ้น จนทำให้เกิดอาการเส้นเลือดอุดตันได้ แถมยังมีโอกาสที่ความดันโลหิตจะพุ่งสูงขึ้น จนเสี่ยงโรคอื่นๆ ตามมาอีกเพียบ ทั้งเส้นเลือดในสมองตีบ หรือแตก ที่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว

6. โรคมะเร็งลำไส้

สุดท้ายเป็นโรคที่ใครหลายคนไม่อยากเป็น นั่นคือมะเร็ง และโดยเฉพาะวัยรุ่น วัยหนุ่มสาว วัยทำงานที่ใช้ชีวิตคนเมือง ยิ่งมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้มากขึ้นทุกวัน เพราะมักจะทานอาหารไม่ตรงเวลา ละเลยมื้อเช้า ทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ หรือมีคุณค่าทางสารอาหารไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย แถมยังนอนหลับไม่เพียงพออีกต่างหาก ส่งผลให้ระบบการทำงานจองลำไส้ผิดปกติ จนอาจกลายเป็นลำไส้อุดตัน และลุกลามจนกลายเป็นมะเร็งในที่สุด

ใครที่รู้ตัวว่านอนน้อย ควรบริหารเวลาให้ดี ส่วนใครที่มีปัญหานอนไม่หลับ ลองออกกำลังกายเป็นประจำ งดดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนก่อนนอน งดใช้คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หันมาหยิบหนังสืออ่านแทน และพยายามนอนให้ตรงเวลาทุกๆ วัน จะช่วยปรับเวลานอนของตัวเองให้เป็นปกติได้ค่ะ

bookmark_borderมะเร็งปากมดลูกศัตรูตัวร้ายของผู้หญิง

หากสาวใดมีอายุย่างเข้า 30 ปีแล้วนั้น คงจะมีอารมณ์ของความหวิว ๆ เข้ามาปนและอาจรู้สึกได้ว่าอายุจนป่านนี้แล้วถึงเวลาสักทีที่ฉันจะสละ…ทุกอย่างให้กับความรักอย่าให้ความใกล้ชิดบดบังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงเราเพราะนอกจากจะมีปัญหายุ่งยากแล้วมันอาจทำให้คุณสูญเสียหลายอย่างในชีวิตได้อย่างไม่คาดฝัน

มะเร็งปากมดลูกคร่าชีวิตผู้หญิงไทยถึง 7 คนต่อวันและจากสถิติพบว่าหญิงไทยป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก เฉลี่ยปีละ 6,000 ราย ความร้ายกาจของโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า เอชพีวี (Human Papilloma Virus; HPV) ซึ่งสามารถติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์แต่สิ่งที่ทำให้โรคนี้น่ากลัวที่สุด ก็คือคุณจะไม่รู้ตัวเลยว่าคุณได้รับเชื้อ HPV เข้าไปในบริเวณปากมดลูกเรียบร้อยแล้ว เพราะในบางรายเชื้อ HPV จะใช้เวลาถึง 10 ปีในการก่อตัวเป็นมะเร็ง

นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงอื่นๆที่ส่งผลให้คุณผู้หญิงที่ไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยหรือสาวใหญ่มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกได้ ลองมาดูเช็คลิสต์นี้ดูสิคะว่า สาเหตุใดบ้างที่ทำให้คุณอาจจะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก

  • มีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย
  • มีคู่นอนหลายคนหรือมีเพศสัมพันธ์กับชายที่มีคู่นอนหลายคน
  • รับประทานยาคุมกำเนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน (ถ้านานกว่า 5 ปี จะมีความเสี่ยงสูง)
  • มีจำนวนการตั้งครรภ์และการคลอดลูกมากกว่า 4 ครั้ง
  • มีประวัติการเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส หนองใน เริม เป็นต้น
  • สูบบุหรี่
  • ขาดการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
  • ขาดสารอาหารบางชนิด โดยฉพาะผู้หญิงที่รับประทานผักและผลไม้น้อย มีโอกาสเป็นมะเร็งชนิดพบบ่อย รวมทั้งมะเร็งปากมดลูกสูงกว่าคนที่รับประทานผักและผลไม้มาก

หากคุณมีปัจจัยบางอย่างหรือหลายอย่างดังที่กล่าวมา และ ไม่มั่นใจว่า ณ เวลานี้ คุณมีเชื้อไวรัสที่ก่อโรคมะเร็งปากมดลูกหรือไม่ เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสร้ายชนิดนี้ วันนี้ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ มีแนวทางการดูแลตัวเองที่ทุกคนสามารถทำได้ มาฝากเป็นเกร็ดความรู้ดังต่อไปนี้ค่ะ

  • กลุ่มอายุ 9-26 ปีที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ สามารถป้องกันตนเองจากการติดเชื้อไวรัส HPV และเพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์ปากมดลูกเกิดความผิดปกติ จนในที่สุดเปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็ง ได้โดยโดยการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (สามารถฉีดวัคซีนได้ทุกโรงพยาบาลค่ะ)
  • กลุ่มอายุน้อยกว่า 30 ปี ควรเริ่มการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก หลังจากมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกภายใน 3 ปีหรือเริ่มตรวจเมื่ออายุครบ 21 ปี และควรทำการตรวจคัดกรองเป็นประจำทุกปีจนถึงอายุ 30 ปี
  • กลุ่มอายุมากกว่า 30 ปี ควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีการต่อไปนี้
  • การตรวจทางเซลล์วิทยา (Pap Test) เพียงอย่างเดียว ถ้าได้รับผลการตรวจคัดกรองทุกปีเป็นปกติติดต่อกัน 3 ปี หรือมากกว่าสามารถเว้นระยะการตรวจคัดกรอง เป็นทุกๆ 2-3 ปีได้
  • การตรวจทางเซลล์วิทยา (Pap Test) ร่วมกับการตรวจหาเซลล์ผิดปกติตรวจหาไวรัสเอชพีวี (HPV DNA Test) ถ้าผลการตรวจคัดกรองปกติทั้งสองอย่างสามารถรับการตรวจทุกๆ 3 ปีได้ แต่หากพบความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติมตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
  • ลิควิ-เพร็พ เป็นเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งเป็นการปรับปรุงในการทำ PAP Smear จากวิธีการเดิมในการตรวจคัดกรองหาเซลล์มะเร็งปากมดลูก
    การส่องกล้องตรวจความผิดปกติของปากมดลูกเรียกว่า โคลโปสโคปี้ (colposcopy) เมื่อมีผลตรวจแปปสเมียร์ผิดปกติ

แม้ว่าการรักษาในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น

  • การตัดปากมดลูกด้วยห่วงไฟฟ้า
  • การจี้ปากมดลูกด้วยความเย็น
  • การจี้ด้วยเลเซอร์
  • การตัดปากมดลูกออกเป็นรูปกรวยด้วยมีด
  • จะสามารถรักษาให้หายขาดได้หากมะเร็งอยู่ในระยะก่อนลุกลาม แต่หากเมื่อมะเร็งได้ลุกลามแล้ว คุณจำเป็นต้องตัดมดลูกหรือทำการฉายแสง หรือเคมีบำบัด ซึ่งเป็นวิธีการรักษาที่ทราบกันดีถึงความทรมานของผลกระทบ
  • ข้างเคียง อย่ามัวแต่อาย หรือกลัวเจ็บกันอยู่เลย

การระมัดระวังและรู้ทันโรคจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการช่วยรักษาชีวิตของคุณให้อยู่ยืนยาวขึ้นและมีความสุขกับคนที่คุณรักตราบนานเท่านาน