bookmark_borderเพื่อนเจ้าสาวโวยซุ้มงานแต่งไม่ตรงปก 

          มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งได้มีการโพสต์ภาพและข้อความเพื่อแชร์ให้กับคนในโลกออนไลน์ได้เห็นโดยระบุว่าภาพดังกล่าวนั้นเป็นภาพซุ้มงานแต่งงานของเพื่อนของเธอซึ่งตกลงราคาในการจัดตรงนั้นไว้ที่ 4000 บาทโดยในภาพจะมีภาพ 2 ภาพนำมาเปรียบเทียบกันโดยเธอระบุว่าทางร้านที่รับจัดส่งนั้นจัดส่งได้ไม่ตรงกับความต้องการของลูกค้าและไม่มีความรับผิดชอบ

        อย่างไรก็ตามหลังจากข้อความนี้ถูกเผยแพร่ออกไปก็ทำให้เจ้าของร้านที่จะส่งดอกไม้ได้ออกมาตอบโต้พร้อมทั้งนำข้อความใน Facebook ที่มีการโพสต์เอาไว้ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับหญิงสาวคนดังกล่าวด้วยโดยทางเจ้าของร้านส้มดอกไม้ระบุว่าผู้ที่นำข้อความมาโพสต์นั้นเป็นเพียงแค่เพื่อนเจ้าสาวเท่านั้นส่วนตัวเจ้าสาวเองหลังจากที่มีการจัดส่งให้เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไม่ได้มีการต่อว่าอะไรอีกทั้งเจ้าสาวก็เพิ่งสั่งงานเมื่อวันที่ 1 ช่วงเวลาประมาณ 10:00 น.  เพียงเท่านั้นส่วนงานแต่งงานนั้นเริ่มแต่งกันในวันที่ 2 มกราคม  ปี พ.ศ. 2564 

           ทำให้เจ้าของร้านไม่เข้าใจว่าเพื่อนเจ้าสาวจะนำเรื่องราวเหล่านี้มาโพสต์แทนเจ้าสาวทำไมเพราะงานก็ไม่ได้ล่าช้าเนื่องจากเจ้าของร้านแต่งซุ้มดอกไม้เสร็จตั้งแต่วันที่ 1 แต่งานจัดงานแต่งงานมีวันที่ 2 เพราะฉะนั้นก็ไม่ถือว่าทางร้านทำให้ล่าช้าอีกครั้งด้วยงบประมาณ 4000 บาทการจัดซุ้มดอกไม้ในลักษณะนี้ถือว่าเกินคุ้มอยู่แล้วเพราะถ้าหากบางร้านจะเห็นได้ว่าซุ้มดอกไม้แบบนี้ราคาหลักแสนที่สำคัญบริเวณหน้าบ้านทางร้านก็มีการแถมปูพรมและกัดรายการดอกไม้และปูโต๊ะรับของขวัญให้ด้วยซึ่งถือว่าเป็นของแถมที่ทางร้านมอบให้ดังนั้นค่าจ้างราคาเพียงแค่ 4,000 บาทเท่านั้นถือว่าทางฝ่ายเจ้าสาวได้คุ้มจนเกินคุ้มอย่างแน่นอน 

           อย่างไรก็ตามหลังจากที่ภาพนี้ถูกใจใครในโลกออนไลน์หลายคนต่างก็เข้ามาให้กำลังใจเจ้าของร้านเป็นอย่างมากเพราะทุกคนมองเห็นว่าซุ้มดอกไม้ที่ร้านจัดงั้นจัดออกมาได้สวยงามมากแทบจะไม่แตกต่างจากแบบที่เจ้าสาวต้องการเลยมีเพียงแค่ตุ๊กตา 2 ตัวเท่านั้นที่ไม่ได้ถูกนำมาวางไว้นอกนั้นก็เหมือนในแบบหมดและด้วยราคาที่ถูกที่ไม่สามารถหาได้จากร้านไหนทำให้หลายคนที่เคยแต่งงานและเคยจัดซุ้มในงานแต่งงานต่างก็ออกมาบอกว่าราคานี้ถือว่าถูกมากแล้วเพราะที่อื่นนั้นจะคิดราคาหลักหมื่นและหลักแสนเลยทีเดียว

          สำหรับเรื่องนี้เพื่อนเจ้าสาวที่นำข้อความมาโพสต์ ควรจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเสียบ้าง เพื่อที่จะได้เป็นตัวอย่างให้กับเหล่าบรรดาชาวโซเชียลให้คิดให้ดีก่อนที่จะโพสต์ด่าคนอื่น 

 

สนับสนุนโดย    หวยออนไลน์ ruay

bookmark_borderรปภ.ของหมู่บ้านถูกพนักงานเคอรี่รุมกระทืบ

       กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และมีการแชร์ภาพต่อๆกันมาเกี่ยวกับภาพของพนักงานขนส่งสินค้าของบริษัทเคอรี่ได้มีการเข้าไปรุมทำร้ายพนักงานรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งเป็นหมู่บ้านใหญ่ในซอยพัฒนาการ 38 โดยมีคลิปวีดีโอไว้เป็นหลักฐานซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดการทำร้ายกันเกิดขึ้นนั้นเกิดในวันที่ 12 เดือนพฤษภาคมพศ 2563 ช่วงเวลาที่เกิดเหตุช่วงเวลา 15:30 น

ซึ่งเหตุการณ์ในวันนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากว่าพนักงานส่งของเคอรี่นั้นได้ขับรถเข้ามาในหมู่บ้านและต้องการที่จะเข้าไปด้านในทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงได้ขอบัตรประชาชนไว้ซึ่งเป็นการแลกบัตรตามปกติของแต่ละหมู่บ้านแต่ทางพนักงานเคอรี่นั้นไม่ยอมให้บัตรกับเจ้าหน้าที่รปภจึงทำให้มีปากเสียงกันขึ้นเพราะพนักงานรักษาความปลอดภัยเองก็ไม่ยอมเปิดประตูให้พนักงานเคอรี่เข้าและเมื่อมีการเถียงกันทางเจ้าหน้าที่รปภจึงได้มีการนำอาวุธออกมาขู่พนักงาน kerry ซึ่งหลังจากได้รับการข่มขู่พนักงานก็ขึ้นรถแล้วขับออกไป

แต่หลังจากนั้นไม่นานพนักงานเคอรี่ก็ได้พาพวกอีประมาณ 4 คนกลับมาที่ป้อมรปภอีกครั้งหนึ่งหลังจากนั้นทั้ง 4 คนก็รุมทำร้ายรปภคนดังกล่าวจนได้รับบาดเจ็บซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถดำเนินการอะไรได้เนื่องจากว่าทางพนักงานเคอรี่นั้นได้มีการลงบันทึกประจำวันเอาไว้เท่านั้นไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีส่วนพนักงานรักษาความปลอดภัยนั้นก็ไม่ได้มาแจ้งความว่าถูกทำร้ายร่างกาย

ดังนั้นพอเป็นข่าวขึ้นมาการตั้งตำรวจจึงทำได้แค่เพียงเชิญทั้งคู่มาพูดคุยกันหลังจากนั้นก็มีการเรียกค่าปรับในเรื่องของการทะเลาะวิวาทกันเท่านั้นสำหรับเรื่องนี้ได้เป็นข่าวอย่างใหญ่โตซึ่งมีคนในโลกโซเชียลได้ส่งคลิปการทะเลาะของพนักงานเคอรี่กับรปภไปที่เว็บไซต์ของ kerry Express Thailand 1 ลังบริษัทเองได้มีการออกมาบอกว่าจะมีการตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

และขอบคุณที่ทุกคนได้มีการสอดส่องดูแลความเรียบร้อยของทางพนักงานและมีการแจ้งเรื่องเข้าไปให้ทางบริษัททราบซึ่งถ้าทางบริษัทรับทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรแล้วก็จะมีการประกาศถึงความคืบหน้าให้กับทางประชาชนได้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

    ด้านทางพนักงานรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านนั้นปัจจุบันก็ยังไม่ได้มีการออกมาตอบโต้อะไร ซึ่งถ้าหากเหตุการณ์เกิดขึ้นเพราะว่าพนักงานเคอรี่ไม่ยอมแลกบัตรเข้าไปในหมู่บ้านได้ก็แสดงว่าเป็นความผิดของพนักงาน kerry แต่ถ้าหากทะเลาะกันด้วยสาเหตุอื่นก็อาจจะต้องมาดูเหตุผลอีกครั้งหนึ่งว่าทะเลาะกันเนื่องจากอะไรซึ่งถ้าเกิดเป็นความผิดของทางรปภเองทางนิติบุคคลของหมู่บ้านก็น่าจะมีการทำบทลงโทษให้กับพนักงานรักษาความปลอดภัยคนนั้นด้วย

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ ruay